เพิ่มรอยร้าวหนัก "ก้าวไกล" โวย "เพื่อไทย" หลังร่วมลงมติเสียงข้างมากตัดงบกลาง 1.6 หมื่นล้านให้ "พล.อ.ประยุทธ์"

       กลายเป็นประเด็นร้อนแรงหลังจากที่พรรคก้าวไกลออกมาโวย ผ่านแอพพลิเคชั่นคลับเฮาส์ กรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 เสียงส่วนใหญ่ลงมติให้นำงบประมาณจำนวน 16,362 ล้านบาทไปเข้างบกลาง จนทำให้  #ClubhouseTH เป็นที่พูดถึงจนติดอันดับความนิยมในทวิตเตอร์ไทยแลนด์ ข้ามคืนยอดข้อความการทวิตและรีทวิตไม่ต่ำกว่า 4 แสนข้อความ

          ประเด็นความไม่พอใจของพรรคก้าวไกลถูกพุ่งเป้าไปที่พรรคเพื่อไทย ที่เป็นหนึ่งในเสียงส่วนใหญ่โหวตให้งบประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาทเข้างบกลาง ซึ่งจากเดิมที่พรรคก้าวไกลมีความตั้งใจอยากให้นำงบประมาณที่ถูกตัดไปเพิ่มให้หน่วยงานต่าง ๆ โดยจะแบ่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 10,067 ล้านบาท ,สำนักงานศาลยุติธรรม 509 ล้านบาท , กระทรวงสาธารณสุข , 5,679 ล้านบาท ,กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 1,083 ล้านบาท แต่เมื่อไม่เป็นดังที่หวังความไม่พอใจจึงเกิดขึ้น

 

 

 

 

       พรรคก้าวไกลได้โพสต์ผ่านโซเชียล เชิญชวนให้ประชาชนเข้าไปฟังประเด็นร้อนว่า “จะตอบคำถาม ทุกประเด็นตั้งแต่ #งบกลาง ยัน ม.144 และเหตุที่ก้าวไกลค้านการเตะ 16,000 ล้านเข้าปากประยุทธ์ พบกันในเวลา 21.00น. ทาง Clubhouse กับทีม ส.ส.กรรมาธิการ #งบประมาณปี65 พรรคก้าวไกล “

มี ส.ส.จากพรรคก้าวไกล อาทิ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ,นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล,เบญจา แสงจันทร์ ,นายวาโย อัศวรุ่งเรือง เข้าร่วมพูดคุยแสดงความคิดเห็น รวมทั้งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้าตลอดการพูดคุยในคลับเฮาส์มีทั้งการตำหนิรัฐบาล การนำงบประมาณที่ถูกตัดไปเข้างบกลางและการตัดสินใจของกรรมาธิการฝั่งพรรคเพื่อไทยและกรรมาธิการเสียงข้างมากในเชิงผิดหวัง แม้กระทั่งระบุว่าเป็นการกระทำที่ไร้สามัญสำนึก  เช่น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ระบุว่า “ทุกอย่างที่เราพยายามที่จะตัดงบกันมาตลอดสองเดือนถูกโอนไปให้กับงบกลาง ผมผิดหวังแต่ก็ไม่ได้ผิดคาดอะไร ตรงที่มันคล้ายกับการย้ายเงินจากกระเป๋าซ้ายไปอยู่ขวาที่ไม่มีแผนงาน ไม่มีเคพีไอ ไม่มีการตรวจสอบที่ดีรัฐบาลน่าจะเห็นหัวประชาชนมากกว่านี้ นี่คือการจัดการงบที่ไร้สามัญสำนึก”

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล ระบุว่า “ตัดงบแล้วโหวตโยกเอางบที่ตัดไปเข้างบกลาง ให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประเด็นที่ประชาชนควรต้องรับทราบเอาไว้ครับ”

ขณะที่หนึ่งในคณะกรรมาธิการจากฝั่งพรรคก้าวไกลอย่าง นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.พรรคก้าวไกล ระบุว่า “ในจินตนาการประชาชน งบกลางเพื่อแก้ปัญหาโควิดจะเอาไปซื้อยา ชุดตรวจ ยาฟาวิพิราเวียร์ แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดตัวอย่างบางโครงการเราเจอเอกสารแค่ 8 หน้าสำหรับงบ17,00ล้านบาทเป็นชื่อโครงการให้ดูคลุมเครือแต่ไม่บอกว่าเป็นงบอะไร”

ด้าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ระบุว่า  “คุณอภิปรายไม่ไว้วางใจคุณประยุทธ์มากี่ครั้ง คราวนี้คุณกำลังจะทำให้คุณประยุทธ์บริหารงบประมาณเพิ่มอีก 1.6 ล้านบาทหรือ ถ้าคุณกลัว 144 มาก ก็งดออกเสียงได้ แต่ไม่มีการพูดถึงข้อสรุปปีที่แล้วค่อนข้างจะเห็นด้วยกันในกรรมาธิการทั้งชุด พอไม่มีใบสั่งลงมาเนี่ยมันจะทำงานร่วมกันต่อมสามัญสำนึกมันทำงาน ดังนั้นผมจึงแปลกใจที่ปีนี้มันออกมาเป็นอย่างนี้"

        ล่าสุด (4 ส.ค.) พรรคเพื่อไทยได้ออกมาตอบโต้พรรคก้าวไกล ว่า สิ่งที่พรรคก้าวไกลได้เสนอในที่ประชุมให้นำเงินไปใช้ในส่วนต่าง ๆ พรรคเพื่อไทยมองว่าไม่ตรงกับการแก้ปัญหาโควิด ซึ่งขัดเจตนารมณ์ของพรรคเพื่อไทย พร้อมชี้แจงด้วยว่า สิ่งที่กรรมาธิการในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยตัดสินใจไปนั้นเพราะต้องการนำเงินไปแก้ไขปัญหาโควิด ซึ่งวัตถุประสงค์ของงบกลางระบุไว้อยู่แล้วว่าไม่สามารถนำไปใช้อย่างได้ และพล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่สามารถนำเงินไปใช้เองได้

      จากปรากฏการณ์นี้เป็นที่น่าสังเกตว่าความสัมพันธ์ของพรรคก้าวไกลและเพื่อไทยไม่ลงรอยกันจนชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ และเหตุการณ์นี้จะเป็นการเพิ่มรอยร้าวหรือกลายเป็นจุดแตกหักของทั้งสองพรรคหรือไม่คงจะต้องจับตาดูกันต่อไป