บริษัท เอเจฯ จึงทำหนังสือ ขอความเป็นธรรม ไปยังนายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อขอความเป็นธรรมช่วยพิจารณา ความถูกต้องของค่าปรับจำนวน 7,500,000 บาท(เจ็ดล้านห้าแสนบาทถ้วน) โดยมีการทำหนังสือร้องเรียนไปหลายครั้ง แต่บริษัท เอเจฯ ก็ไม่เคยได้รับคำตอบอย่างเป็นทางการจากนายวันชัย
จนกระทั่งบริษัทฯ ได้รับหมายเรียกผู้ต้องหา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (กก.3 บก.ปคบ.) โดยมี สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวหา บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด(มหาชน) กับพวก ลงวันที่ 4 มกราคม 2564
หลังจากได้รับหมายเรียกทางบริษัทได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมกับนายวันชัย แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับเช่นที่ผ่านมา และไม่ได้พิจารณาให้ความเป็นธรรมต่อบริษัทฯ ซึ่งได้รับความเสียหายมาก เพราะสินค้าถูกอายัดไม่สามารถออกจำหน่ายได้ เนื่องจากสินค้าเก็บไว้นานจึงใช้งานไม่ได้ ถึงแม้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของ สมอ. ติดต่อมาว่าจะปลดอายัดสินค้าให้ แต่ก็ใช้ข้ออ้างต่าง ๆ นานา เช่นขอเอกสารยืนยันบ้าง ขออีเมล์ผู้ผลิตบ้าง เพื่อเตะถ่วงเวลาไม่ปลดอายัดสินค้า ทั้งที่รับทราบว่ามีใบอนุญาต มอก. ถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัท เอเจฯ ไม่มีหนทางใดที่จะดำเนินการเร่งรัดให้นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ให้พิจารณา และให้ความเป็นธรรมได้ จึงใคร่ขอร้องทุกข์กับท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการเร่งรัดและให้ความเป็นธรรมช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ทั้งนี้ ทนายความ ระบุว่า การกระทำดังกล่าวของ นายวันชัย ที่เพิกเฉยต่อเรื่องร้องเรียน บริษัท เอเจฯ มีลักษณะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมีเจตนาทุจริต กลั่นแกล้งให้บริษัท เอเจฯ ได้รับความเสียหาย เดือดร้อนทางธุรกิจยิ่งนัก โดยเฉพาะในช่วงที่มีความยากลำบากเกิดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) เช่นนี้ ยิ่งเป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการแทนที่จะช่วยเหลือบรรเทาตามนโยบายของรัฐบาล จึงมาขอพึ่งสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอ ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรรม ในกรณีดังกล่าว