ทั้งนี้ต้องสอบถามความเห็นจากผู้ปกครองก่อนว่าต้องการอย่างไร ด้วยมีเจตนาที่ต้องการให้นักเรียนได้รับความรู้ตามหลักสูตรและอยากให้มีการจัดการศึกษาที่ดีมีคุณภาพ ตามนโยบายของ สพฐ. จึงได้สอบถามนักเรียนไปเช่นนั้น ซึ่งมิได้มีเจตนาที่จะข่มขู่นักเรียนแต่อย่างใด รายละอียดดังบันทึกข้อความที่แนบมาพร้อมนี้ ทั้งนี้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 จะดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากพยานบุคคลในโรงเรียนบ้านแช่ฟ้าต่อไป
ทางด้านนายอดุล เทพกอม ศึกษาธิการจังหวัดแพร่ เปิดเผยว่า กรณีโรงเรียนบ้านแช่ฟ้า อยู่ในสังกัดสำนักงานการศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 เป็นโรงเรียนขยายโอกาส ช่วงอนุบาลถึง ม.3 เป็นโรงเรียนขนาดเล็กมีนักเรียนทั้งหมด 39 คน เนื่องจากตามเกณฑ์แล้วนั้นโรงเรียนมีนักเรียนไม่ถึง 40 คนจึงไม่มีผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ตั้งครูรักษาการแทน ซึ่งมีแผนในการควบรวมโรงเรียนในพื้นที่คือ โรงเรียนบ้านแม่ป้าก แต่ตอนนี้ยังไม่มีการดำเนินการ
สำหรับการเรียนการสอนที่มีปัญหาในช่วงโควิด-19 โดยได้มีมาตรการที่แต่ละโรงเรียนสามารถเรียนที่โรงเรียนได้ ตามมาตรการของสาธารณสุข สำหรับโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่ คือ ต้องสลับกันมาเรียน หรือเรียนออนไลน์ โรงเรียนบ้านแช่ฟ้าเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนไม่มาก ทางโรงเรียนจึงมีความประสงค์ที่จะเปิดเรียนตามปกติ ให้มาเรียนที่โรงเรียน ส่วนเรื่องที่เป็นประเด็นนั้นทราบว่าเด็กกลุ่มนี้ใกล้ชิดกับบุคคลที่เสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ผู้ปกครองจึงไม่ให้เด็กมาเรียน แต่ให้เรียนที่บ้าน โดยเมื่อวาน ทางเขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 เป็นหน่วยงานต้นสังกัด ได้เดินทางไปตรวจราชการ โดยรอง ผอ.เขต และได้รับรายงานว่ามีเด็กกลุ่มหนึ่งไม่ได้มาเรียน จึงได้เข้าไปคุยกับเด็กและได้มีคลิปเสียงออกมา
โดยความจริงโรงเรียนนี้มีแผนควบรวมจริง แต่ด้วยการใช้คำพูด เหมือนไปกดดันเด็ก ซึ่งขณะนี้ได้ให้ทางผู้อำนวยการฯ เขต 2 ได้ตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง และให้รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และรายงานมายังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อที่จะรายงานไปยังกระทรวงศึกษาธิการต่อไป ซึ่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น อยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการเขต รายละเอียดให้อยู่ในหน้าที่ของท่าน ส่วนจะมีความผิดหรือไม่เป็นอำนาจหน้าที่ของ ผอ.และทางสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เหตุการณ์นี้จะไม่กระทบต่อการเรียนการสอน จะต้องสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองใหม่อีกครั้ง ยืนยันว่าเด็กหยุดเรียนไม่มีความผิดแน่นอน ส่วนการย้ายหรือควบรวมนั้นเป็นเรื่องของอนาคตซึ่งก็จะเป็นไปตามขั้นตอน
ภาพ/ข่าวโดย กัญญสร ถิ่นทิพย์ / แพร่