แพร่ - ศึกษาธิการจังหวัดแพร่ ยันนักเรียน ร.ร.บ้านแช่ฟ้า หยุดเรียนเพื่อกักตัวไม่มีความผิด ส่วนการย้าย-ควบรวมเป็นเรื่องอนาคต สั่งต้นสังกัดดำเนินการสอบสวนรองผอ.ข่มขู่เด็ก เพื่อชี้แจงต่อผู้ว่าฯ-กระทรวงศึกษาธิการ


สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านแช่ฟ้า ต.แม่ป้าก อ.วังชิ้น จ.แพร่ ว่าถูกข่มขู่ให้ย้ายโรงเรียน หลังจากหยุดเรียนไป 14 วันเพื่อกักตัวตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และกลับมาเรียนได้เพียง 2 วัน มีคุณครูอ้างเป็นรอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา แพร่เขต 2 เข้ามาสอบถามถึงสาเหตุพร้อมบอกจะให้ย้ายไปเรียนที่อื่นและจะเรียกผู้ปกครองมาพบ

ยันเด็กหยุดเรียนกักตัวไม่ผิด-สั่งสอบรองผอ.ขู่เด็ก

จากนั้นผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนบ้านแช่ฟ้า ซึ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่3 ในโรงเรียนมีนักเรียนทั้งหมด 39 คน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีนักเรียนทั้งหมด 7 คน ทันทีที่เข้าไปพบกลุ่มเด็กนักเรียนทั้งหมด เล่าว่า เมื่อเวลา 10.00 น.ขณะที่กำลังนั่งเรียนอยู่ในห้องเรียนผ่านจอโทรทัศน์อยู่ มีคุณครูเข้ามาในห้องอ้างว่าเป็นรอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา แพร่เขต 2 สั่งให้ปิดโทรทัศน์ที่กำลังเรียนอยู่

ยันเด็กหยุดเรียนกักตัวไม่ผิด-สั่งสอบรองผอ.ขู่เด็ก

หนึ่งในนักเรียนคนหนึ่ง เล่าด้วยน้ำตาว่า ตอนเช้านั้นพวกตนนั้นเรียนอยู่ รองผอ.คนดังกล่าว เข้ามาแล้วบอกให้ปิดโทรทัศน์ โดยมาเพียงคนเดียว เข้ามาถามว่าเหตุใด นักเรียน ม.1 ถึงหยุดเรียน ซึ่งพวกตนนั้นหยุดจริง 14 วัน พึ่งกลับมาเรียนได้ 2 วัน ตนและเพื่อนๆ ได้ให้เหตุผลไปว่าเนื่องจากกลัวโควิด-19 และผู้ปกครองให้หยุด เนื่องจากมีเพื่อนของตนที่เล่นด้วยกันนั้นขึ้นรถไปเรียนคันเดียวกับผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ผู้ปกครองกลัวไม่ให้ตนออกจากบ้าน 

โดยรอง ผอ.ที่มานั้นบอกว่าจะให้ย้ายโรงเรียน โดยมี 2 โรงเรียนให้เป็นตัวเลือก ซึ่งก่อนที่พวกตนจะหยุดเรียนได้แจ้งให้ทางครูประจำชั้นทราบแล้ว ตนนั้นกักตัวในบ้านอยู่ลำพัง โดยแม่เป็นคนส่งข้าวให้จนครบ 14 วัน ซึ่งระหว่างนั้นก็คุยกับครูและส่งงานให้ครูผ่านไลน์ตลอด นอกจากนี้ยังมีครูในโรงเรียนที่ไปในพื้นที่ที่ผู้ติดเชื้อไป ยิ่งทำให้กลัวเพราะว่าครอบครัวมีคนป่วยและเด็กเล็กอยู่ไม่อยากให้คนในบ้านเดือดร้อน จึงต้องหยุดเรียนและกักตัวในห้องนอนไม่ออกไปไหน

ยันเด็กหยุดเรียนกักตัวไม่ผิด-สั่งสอบรองผอ.ขู่เด็ก

ต่อมาทางนายสันติชัย บัวทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 หลังทราบเรื่องได้ให้นายพรชัย จันทะสาร รองผอ.เขตฯ ชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยได้รับการชี้แจงเป็นหนังสือและรายงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ โดยระบุว่า "ตามที่มีการออกสื่อออนไลน์ เรื่องรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ได้พูดกับนักเรียนโรงเรียนบ้านแช่ฟ้าในลักษณะกดดันนักเรียน กรณีไม่มาเรียนหนังสือ นั้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 ได้ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงในเบื้องต้น 

ยันเด็กหยุดเรียนกักตัวไม่ผิด-สั่งสอบรองผอ.ขู่เด็ก

โดยสอบถามนายพรชัย ซึ่งได้ให้ข้อเท็จจริงว่าในวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 ได้รับการหารือเกี่ยวกับการขาดเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านแช่ฟ้า นายพรชัย ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในอ.วังชิ้น  จึงได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านแช่ฟ้า ในวันที่ 3 สิงหาคม 2564  พบว่าสาเหตุที่นักเรียนบางส่วนหยุดเรียนเนื่องจากกลัวโรคโควิด-19 นายพรชัย จึงได้ให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันโรคโควิด 19 ประมาณ 20 นาที และเนื่องจากโรงเรียนบ้านแช่ฟ้ามีนักเรียนเพียง 39 คน ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กไม่มีผู้บริหารโรงเรียน หากนำนักเรียนระดับมัธยมไปเรียนรวมกับโรงเรียนไกล้เคียงจะเป็นสิ่งที่ดี 

 

ยันเด็กหยุดเรียนกักตัวไม่ผิด-สั่งสอบรองผอ.ขู่เด็ก

ทั้งนี้ต้องสอบถามความเห็นจากผู้ปกครองก่อนว่าต้องการอย่างไร ด้วยมีเจตนาที่ต้องการให้นักเรียนได้รับความรู้ตามหลักสูตรและอยากให้มีการจัดการศึกษาที่ดีมีคุณภาพ ตามนโยบายของ สพฐ. จึงได้สอบถามนักเรียนไปเช่นนั้น ซึ่งมิได้มีเจตนาที่จะข่มขู่นักเรียนแต่อย่างใด รายละอียดดังบันทึกข้อความที่แนบมาพร้อมนี้ ทั้งนี้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 จะดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากพยานบุคคลในโรงเรียนบ้านแช่ฟ้าต่อไป

ยันเด็กหยุดเรียนกักตัวไม่ผิด-สั่งสอบรองผอ.ขู่เด็ก

ทางด้านนายอดุล เทพกอม ศึกษาธิการจังหวัดแพร่ เปิดเผยว่า กรณีโรงเรียนบ้านแช่ฟ้า อยู่ในสังกัดสำนักงานการศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 เป็นโรงเรียนขยายโอกาส ช่วงอนุบาลถึง ม.3 เป็นโรงเรียนขนาดเล็กมีนักเรียนทั้งหมด 39 คน เนื่องจากตามเกณฑ์แล้วนั้นโรงเรียนมีนักเรียนไม่ถึง 40 คนจึงไม่มีผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ตั้งครูรักษาการแทน ซึ่งมีแผนในการควบรวมโรงเรียนในพื้นที่คือ โรงเรียนบ้านแม่ป้าก แต่ตอนนี้ยังไม่มีการดำเนินการ

ยันเด็กหยุดเรียนกักตัวไม่ผิด-สั่งสอบรองผอ.ขู่เด็ก

สำหรับการเรียนการสอนที่มีปัญหาในช่วงโควิด-19 โดยได้มีมาตรการที่แต่ละโรงเรียนสามารถเรียนที่โรงเรียนได้ ตามมาตรการของสาธารณสุข สำหรับโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่ คือ ต้องสลับกันมาเรียน หรือเรียนออนไลน์ โรงเรียนบ้านแช่ฟ้าเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนไม่มาก ทางโรงเรียนจึงมีความประสงค์ที่จะเปิดเรียนตามปกติ ให้มาเรียนที่โรงเรียน ส่วนเรื่องที่เป็นประเด็นนั้นทราบว่าเด็กกลุ่มนี้ใกล้ชิดกับบุคคลที่เสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ผู้ปกครองจึงไม่ให้เด็กมาเรียน แต่ให้เรียนที่บ้าน โดยเมื่อวาน ทางเขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 เป็นหน่วยงานต้นสังกัด ได้เดินทางไปตรวจราชการ โดยรอง ผอ.เขต และได้รับรายงานว่ามีเด็กกลุ่มหนึ่งไม่ได้มาเรียน จึงได้เข้าไปคุยกับเด็กและได้มีคลิปเสียงออกมา 

ยันเด็กหยุดเรียนกักตัวไม่ผิด-สั่งสอบรองผอ.ขู่เด็ก

โดยความจริงโรงเรียนนี้มีแผนควบรวมจริง แต่ด้วยการใช้คำพูด เหมือนไปกดดันเด็ก ซึ่งขณะนี้ได้ให้ทางผู้อำนวยการฯ เขต 2 ได้ตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง และให้รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และรายงานมายังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อที่จะรายงานไปยังกระทรวงศึกษาธิการต่อไป ซึ่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น อยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการเขต รายละเอียดให้อยู่ในหน้าที่ของท่าน ส่วนจะมีความผิดหรือไม่เป็นอำนาจหน้าที่ของ ผอ.และทางสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เหตุการณ์นี้จะไม่กระทบต่อการเรียนการสอน จะต้องสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองใหม่อีกครั้ง ยืนยันว่าเด็กหยุดเรียนไม่มีความผิดแน่นอน ส่วนการย้ายหรือควบรวมนั้นเป็นเรื่องของอนาคตซึ่งก็จะเป็นไปตามขั้นตอน

ภาพ/ข่าวโดย กัญญสร ถิ่นทิพย์ / แพร่