อธิบดีกรมควบคุมโรค เผย สัปดาห์นี้กระจายไฟเซอร์ให้บุคลากรการแพทย์ด่านหน้า ระบุ ภายในเดือน ส.ค. จัดสรรวัคซีน 10 ล้านโดสทั่วประเทศ ย้ำ ชุดตรวจสอบโควิดด้วยตัวเอง มีผลผิดพลาด ร้อยละ 3-5

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

วันนี้ (4 ส.ค.64) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากยอดวันนี้ที่ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 20,200 ราย ซึ่งการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 จากเชื้อสายพันธุ์เดลตา (สายพันธุ์อินเดีย) โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่พบผู้ป่วยจำนวนมาก รวมทั้งในต่างจังหวัด จากผู้ป่วยที่เดินทางกลับไปรักษาตัวที่บ้าน  จึงต้องเร่งดำเนินการค้นหา คัดกรองผู้ติดเชื้อ โดยมีทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค (Operation) ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดและกรุงเทพมาหนคร (กทม.) โดยเร็วที่สุด เพื่อแยกผู้ป่วยและผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เพื่อนำเข้าระบบการเฝ้าระวัง ควบคุมการแพร่กระจายเชื้อให้อยู่ในวงจำกัด

ทั้งนี้กรมควบคุมโรคได้เร่งกระจายวัคซีนไปยังจังหวัดต่างๆ ตามการจัดสรรของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ โดยภายในเดือน ส.ค. จะทยอยจัดส่งวัคซีนให้จำนวน 10 ล้านโดส เพื่อฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และเพิ่มกลุ่มเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ที่มีโรคประจำตัว เพื่อลดอาการป่วยที่รุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิต รวมทั้งฉีดให้กับกลุ่มบุคลากรการแพทย์และบุคลากรด่านหน้า ซึ่งจะจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ไปให้จังหวัดในสัปดาห์นี้

นายแพทย์โอภาส กล่าวต่อ สำหรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยตนเอง ด้วยชุดทดสอบ Antigen Test Kit (ATK) เป็นการตรวจหาเชื้อเบื้องต้นที่ช่วยให้รู้ผลได้เร็วขึ้น สามารถนำเข้าสู่ระบบการรักษาทันท่วงที เป็นไปตามแนวทางของกรมการแพทย์ หากผล ATK เป็นบวก เรียกว่าผู้ติดเชื้อเข้าข่าย สามารถรับยาและรักษาแบบแยกกักตัวที่บ้านได้ทันที ส่วนกรณีหากต้องเข้าแยกกักตัวในชุมชน หรือในสถานพยาบาล ผู้ติดเชื้อเข้าข่ายควรได้รับการตรวจด้วยวิธี RT-PCR คู่ขนาน และระหว่างรอผลตรวจยืนยันจะต้องพยายามแยกออกจากผู้ป่วยโควิด-19 เนื่องจากผลตรวจด้วย ATK ให้ผลบวกลวงได้ (ร้อยละ 3-5) อย่างไรก็ตาม ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค หมายเลข 1422