นายมาโนช กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การรับซื้อลำไยของโกดังตนเองนั้น ขณะนี้รับซื้อเฉพาะสวนที่เข้าไปตรวจสอบและเหมาสวนที่สามารถควบคุมการผลิตได้เท่านั้น นอกจากนั้นยังรับซื้อเกษตรกรในพื้นที่อีกประมาณ 5 ราย ที่ยังคงส่งลำไยให้ เนื่องจากเป็นสวนที่มีมาตรฐานและเข้าใจการส่งออก การจะเปิดรับซื้อทั้งหมดเหมือนในอดีตไม่สามารถทำได้ เนื่องจากปัจจุบันเกิดปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดการชะลอตัวในการส่งออก การขนส่งทำได้ยากขึ้น รวมถึงต้นทุนขนส่งมีการเพิ่มขึ้น
จากเมื่อปี 2563 ทางโกดังสามารถส่งลำไยไปจีนและอินโดนีเซีย ได้ประมาณ 300 ตู้ มูลค่าประมาณ 300 – 400 ล้านบาท โดยตู้ขนส่งสินค้าสามารถบรรจุได้ 2,226 ตะกร้า หรือ 25,599 กิโลกรัม สำหรับปีนี้ส่งออกลดลงไปประมาณร้อยละ 50 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ส่งไปได้เพียง 120 ตู้ มูลค่าประมาณ 100ล้านบาท แนวโน้มอาจจะเพิ่มขึ้นได้อีกเล็กน้อยเท่านั้น ขณะนี้มีลำไยที่รอส่งออกไปจีนอีกประมาณ 100,000 กิโลกรัม กำลังรอตู้เพื่อเข้ามาทำการขนส่ง
ส่วนหนึ่งต้องยอมรับเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกบ้าง แต่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเกิดการแพร่ระบาดไปทั่วโลกต้องยอมรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทางโกดังได้มีมาตรการในการป้องกันเชื้อไวรัสโควิดติดไปกับตู้ ด้วยการฉีดพ่นโอโซนทั้งก่อนละหลังบรรจุเข้าตู้ขนส่ง มีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อรอบตู้อีกครั้งก่อนออกเดินทาง จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีเชื้อไวรัสโควิด-19 ติดตู้ไปอย่างแน่นอน