นางสาวนันทาศิริ รณศิริ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต กล่าวถึงภาพรวมของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ว่า จากการเปิดรับนักท่องเที่ยวภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 14,000 คนเศษ นักท่องเที่ยวที่เข้ามา 5 อันดับแรก (ไม่รวมคนไทย) ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ อิสราเอล เยอรมันและฝรั่งเศส ก่อให้เกิดรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่ต่ำ 800 ล้านบาท คิดจากค่าใช้จ่าย 50,000 บาทต่อทริป มีวันพักเฉลี่ย 11 คืน มีห้องพักเปิดให้บริการปัจจุบัน 30,000 ห้อง จากโรงแรมที่เปิดให้บริการประมาณ 400 แห่ง จากปกติก่อนสถานการณ์โควิด-19 ภูเก็ตจะมีห้องพักประมาณ 104,000 ห้อง และมีโรงแรม 1,900 แห่ง
ในส่วนของรายได้ที่เกิดขึ้นนั้น นางสาวนันทาศิริ กล่าวว่า ยังถือว่าไม่มากและส่วนใหญ่จะเป็นรายได้ทางตรง เนื่องจากสถานประกอบการต่างๆ ยังเปิดให้บริการไม่มาก เช่นกรณีของโรงแรมที่เปิดให้บริการเพียง 30,000 ห้อง และมีอัตราเข้าพักเพียง 10% ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ แต่โครงการนี้ถือเป็นความหวังของทุกคน และเป็นโมเดลที่ถูกจับตามอง ทาง ททท.พยามประคับประคองและทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในการทำให้เดินหน้าต่อไป ได้ นอกจากนี้ได้ทำการตลาด โดยดึงภูเก็ตออกจากประเทศไทย เพื่อให้เห็นความปลอดภัยในการเดินทางเข้าภูเก็ต เพื่อสร้างเมื่อสร้างเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว ส่วนแนวโน้มอนาคต หากมองสัดส่วนการจองห้องพักในไตรมาส 3 (ก.ค.-ก.ย.) อยู่ที่ 300,000 รูมไนท์ เฉพาะเดือนสิงหาคมอยู่ที่ประมาณ 100,000 กว่ารูมไนท์ แต่เมื่อดูพฤติกรรมการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ล่วงหน้า ต่างจากในอดีต ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา โดยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีสายการบินเข้ามา 141 เที่ยวบิน จาก 6 สายการบิน และในเดือนสิงหาคมนี้จะมีสายการบินเพิ่มมาอีก 1 สายการบิน คือ คาเธย์แฟซิฟิค ซึ่งเป็นครั้งแรกที่บินเข้ามาภูเก็ต ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ และยังมีอีกสายการบินอื่นๆ ที่สนใจ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน