ล่าสุดจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า สายไฟฟ้าส่องสว่างที่เดินสายอยู่บริเวณหน้าที่ตั้งถูกตัดขาด และบริเวณรายรอบที่ตั้งมีร่องรอยคนร้ายขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ จำนวนกว่า 10 ลูก และมีปลอกกระสุนปืนสงครามนานาชนิดทั้ง เอ็ม.16 อา.ก้า.และลูกซอง ตกกระจายเกลื่อนกว่า 50 ปลอก ส่วนเต้นท์ของเจ้าหน้าที่ทหารพราน จำนวน 5 หลัง ที่มีกำลังพลประจำอยู่ 8 นาย ถูกกระสุนปืนของคนร้ายพรุน จนเต้นท์ผ้าใบที่กาง 1 ในจำนวน 5 หลัง ปลิวว่อนเกือบที่จะหลุดออกจากเสาหลักที่ใช้กางไว้
โดยเฉพาะเต้นท์หลังที่ 3 ซึ่งอยู่กลางสุดมีศพของ อส.ทพ.เกียรติขจร นาคดี นอนจมกองเลือดอยู่ในสภาพถูกกระสุนปืนของคนร้ายพรุนไปทั้งร่าง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยเมืองตากใบ นำร่าง อส.ทพ. เกียรติขจร นาคดี ส่งโรงพยาบาลตากใบ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง
จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงก่อนเกิดเหตุขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดจรยุทธ์ กองร้อยทหารพรานที่ 4514 กรมทหารพรานที่ 45 จำนวน 8 นาย กำลังแยกย้ายกันปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ได้มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 15 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือและระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ แยกกำลังออกเป็น 3 ชุด ชุดที่ 1 และชุดที่ 2 ได้แฝงตัวมากับความมืดโดยลักลอบข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก มาจากฝั่งประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีความกว้างประมาณ 50 เมตร โดยชุดที่ 1 ได้แอบลักลอบตัดกระแสไฟฟ้าส่องสว่างที่ติดตั้งไว้บริเวณหน้าที่ตั้งของเจ้าหน้าที่ทหาร
จากนั้นคนร้ายชุดที่ 2 ได้อาศัยความมืดแฝงตัวโอบล้อมที่ตั้ง พร้อมใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม.16 อาก้า.และไปป์บอมบ์ขวางใส่ที่ตั้งของเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งเป็นเต้นท์ 5 หลังที่กางไว้ข้างป่ารกทึบริมพรมแดน แถมคนร้ายชุดที่ 3 ซึ่งแอบซ่อนตัวท่ามกลางความมืดอยู่ฝั่งประเทศมาเลเซีย ได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม.79 ยิงใส่ที่ตั้งของเจ้าหน้าที่ทหาร แต่กระสุนพลาดเป้ามาตกที่บริเวณหินที่นำมาเรียงไว้ริมตลิ่ง แล้วจากนั้นคนร้ายชุดที่ 3 ก็ได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงข้ามฝั่งจากประเทศมาเลเซีย เพื่อมิให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานออกมายิงต่อสู้
จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ นานกว่า 15 นาที จ.ส.อ.กฤษฎา แซ่บุ๋น หน.ชุด ได้วิทยุไปยังหน่วยควบคุมป้องกันชายแดน ที่ตั้งฐานอยู่ อ.ตากใบ และรายงานเหตุที่เกิดขึ้นต่อ พ.อ.ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผบ.ฉก.กรมทหารพรานที่ 45 ให้รับทราบ เพื่อขอกำลังสนับสนุน กลุ่มคนร้ายดูท่าทีว่าไม่สามารถบุกโจมตีที่ตั้งของชุดจรยุทธ์ ที่มีมาตรการตั้งรับที่ดี จึงได้อาศัยความมืดถอนตัวหลบหนีเข้าฝั่งประเทศมาเลเซีย จากนั้น พ.อ.ทวีรตน์ เบญจาทิกุล ผบ.ฉก.กรมทหารพรานที่ 45 ได้ช่วยกันลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เป็นการเร่งด่วน