นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะคณะทำงานด้านบริหารจัดการการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 กรณีวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) แถลงข่าวกรณีการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ ว่า เมื่อเช้าวันนี้(2 ส.ค.) ได้มีการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ล่าสุดมีมติเห็นชอบกรณีการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งมีการพิจารณาเรื่องบุคลากรสาธารณสุข บุคลากรด่านหน้าที่จะได้รับวัคซีน ซึ่งขอยืนยันว่า ครอบคลุมผู้ปฏิบัติงาน ทั้งที่เป็นแพทย์ด่านหน้า และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับโควิด19 ที่มีความเสี่ยงโดยตรง
สำหรับวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรมากรณีสหรัฐบริจาคให้ไทยมีประมาณ 1.5 ล้านโดส จัดสรรเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ดูแลผู้ป่วยโควิดทั่วประเทศ เป็นเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันรวม 700,000 โดส กลุ่มที่ 2 จัดสรรให้จังหวัดที่มีการระบาดที่อยู่ในจังหวัดควบคุมสุงสุดและเข็มงวด ณ วันจัดสรร 13 จังหวัด มี 645,000 โดส กลุ่มที่ 3 ให้ชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย หรือคนไทยที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ โดยกระทรวงต่างประเทศจะเสนอรายชื่อมา ประมาณ 150,000 โดส และกลุ่มที่ 4 ทำการศึกษาวิจัย 5,000 โดส และอีกกว่า 3,450 โดสในกรณีควบคุมการระบาดของสายพันธุ์เบตา ที่อาจใช้วัคซีนตัวอื่นได้ยาก
"กรณีวันนี้เป็นเรื่องของวัคซีนไฟเซอร์จำนวน 1.5 ล้านโดสโดยประมาณ แต่เมื่อมีวัคซีนเข้ามาอีก จะมีการจัดสรรเพิ่มต่อไป"
นพ.สุระ กล่าวว่า การครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายยังย้ำว่า ครอบคลุมคนปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับโควิด ที่อยู่ในหน่วยบริการ และภาคโรงพยาบาลสนาม รวมทั้งบุคลากรที่ให้บริการผู้ป่วยทั่วไปที่มีความเสี่ยงจะรับเชื้อ ส่วนกลุ่มอาสาสมัครกู้ภัย ที่มาช่วยงานหรือพนักงานเก็บศพ อยู่ในกลุ่มบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข อยู่ในโควตา 7 แสนคน ดังนั้น ตัวเลขวัคซีน 7 แสนโดส พิจารณาแล้วว่าตัวเลขจะพอดีกับการจัดสรรรอบนี้ หากมีเหลือก็ต้องมีการพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป