โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามไปจับกุมได้ที่ จ.กาญจนบุรี แต่ปรากฏว่าทั้งสองได้กลับบ้านเกิด จ.ราชบุรี ขณะกำลังนั่งกินข้าวในร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวเมืองราชบุรี จึงแสดงตัวจับกุมนำไปตรวจค้นบ้านพัก พบของกลางพระเครื่องเกือบครบ มีเพียงบางส่วนที่จำหน่ายออกไปแล้ว ซึ่งจากการสอบสวนนายเอกพจน์ ให้การรับสารภาพ จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นหรือรับของโจร และ พรบ.คอมพิวเตอร์”
สำหรับนายเอกพจน์ หรือเบิ้ล รัตนากร และนายสหรัฐ หรือแป๊ะ รัตนากร มีหมายจับของ สภ.เมืองลพบุรี เมื่อวันที่ 7 เม.ย.64 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ฯลฯ และเคยถูกจับกุมข้อหา “ฉ้อโกง” เมื่อปี 2559 นอกจากนี้นายสหรัฐ หรือแป๊ะ รัตนากร ยังเคยถูกจับกุมข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่น เมื่อปี 2557 ในพื้นที่ สภ.เมืองลพบุรี
พ.ต.อ.ธงชัย เนตรสขาวัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสงคราม เปิดเผยว่าผู้ใดที่ถูกฉ้อโกงในลักษณะคล้ายกันนี้ขอให้มาติดต่อที่ สภ.เมืองสมุทรสงคราม
ต่อมา พล.ต.ต.สุเมธ ปุณสีห์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสงคราม ได้เรียกประชุมชุดสืบสวน และชุดสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสงคราม เพื่อขอบคุณและให้กำลังใจชุดจับกุม พร้อมกำชับให้รวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุม เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุและพฤติกรรมเลียนแบบสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอีก