กลุ่มหมอไม่ทน พร้อมเครือข่าย ยื่นหนังสือถึง สธ.หวังระดมฉีดวัคซีน "ไฟเซอร์" ที่เพิ่งได้รับบริจาค ให้กลุ่มเสี่ยงด่านหน้า พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่างๆ อย่างโปร่งใส

ที่กระทรวงสาธารณสุข แนวร่วมบุคลากรทางการแพทย์ นำโดยกลุ่มหมอไม่ทน , ภาคีบุคลากรสาธารณสุข , Nurses Connect DNA , บุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัคร , สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย (IFMSA Thailand) ยื่นหนังสือต่อตัวแทนกระทรวง เพื่อเรียกร้องให้เกิดความโปร่งใส ในการกระจายวัคซีนไฟเซอร์

 

นพ.ปุณณพัฒน์ ทวีพรภูริพงศ์ ตัวแทนเครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ กล่าวถึงข้อเรียกร้อง 4 ข้อ คือ 1.นำวัคซีน mRNA เป็นวัคซีนหลักให้ประชาชน 2.ชี้แจงและเปิดเผยข้อมูลว่า มีบุคลากรฯ ได้รับวัคซีนแอสตร้าฯ เป็นบูสเตอร์โดสจำนวนเท่าใด และเหลือบุคลากรฯ ที่ยืนยันจะรับไฟเซอร์เป็นจำนวนเท่าใด

เครือข่ายหมอจี้ฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยงด่านหน้า

3.นำข้อมูลสำคัญที่จะพิสูจน์ความโปร่งใส กลับมาบรรจุในระบบ Cold-chain tracking เป็นเส้นทางการกระจายวัคซีน โดยระบุยี่ห้อและล็อตต่างๆ และเปิดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย 4.มีความชัดเจนในการสื่อสารข้อมูลต่างๆ ด้วยการรายงานความคืบหน้าการจัดสรรวัคซีน พร้อมหลักฐานยืนยันเสมอ

ส่วนในหนังสือที่มีการยื่นนั้น เนื้อหาระบุถึงวัคซีนซิโนแวค ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่ ได้วัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว แต่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า วัคซีนตัวนี้มีประสิทธิภาพป้องกันสายพันธุ์เดลตา ได้น้อยกว่าวัคซีนชนิดอื่น

 

“จากข้อมูลปัจจุบันของเว็บไซต์สาธารณสุข พบว่าบุคลากรติดเชื้อมากกว่า 2,000 ราย และอีกนับหมื่นคน ต้องกักตัวตรวจเชื้อช้ำ ซึ่งลดทอนอัตรากำลัง ในขณะที่ระบบต้องการบุคลากรมากที่สุด”

เครือข่ายหมอจี้ฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยงด่านหน้า

เบื้องต้นทางตัวแทน ได้แนบรายชื่อบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชน 62,000 รายชื่อ ที่ลงผ่านแคมเปญchange.org/NaccineWeTrust รวมทั้งที่แสดงพลังผ่าน #เก็บไฟเซอร์ไว้ให้ใคร

 

ขณะที่ นพ.รุ่งเรือง กิจภาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวหลังรับหนังสือจากทางตัวแทนว่า การกระจายวัคซีนดังกล่าว จะเน้นภารกิจดูแลแพทย์ และพยาบาลที่เป็นบุคลากรด่านหน้า

เครือข่ายหมอจี้ฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยงด่านหน้า