จเรตำรวจจัดทีม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุตำรวจขับรถปาดหน้า ส่วนลูกน้องช่วยทุบรถ หลังพบข้อมูลลูกน้องมีหมายจับติดตัว เข้าข่ายละเว้นปฎิบัติหน้าที่หรือไม่ หากมีมูลต้องเอาผิดทั้งทางวินัย-อาญาทุกข้อหาอย่างเด็ดขาด

จากกรณีโลกออนไลน์เผยแพร่คลิปวิดีโอ เป็นภาพเหตุการณ์ชาย 2 คน ขับกระบะป้ายแดงชนรถเก๋งซีวิคจนประสบอุบัติเหตุ บริเวณก่อนถึงแยกประเวศ กรุงเทพมหานคร(กทม.) จากนั้นผู้ก่อเหตุขึ้นไปบนหลังคารถของผู้เสียหาย และใช้มีดฟันไปที่รถหลายครั้ง ขณะเดียวกันยังมีชายหัวเกรียนอีกรายถืออะไรบางอย่างในมือคล้ายปืน ตรงเข้าไปที่รถผู้เสียหายด้วย โดยโลกออนไลน์ยังเผยข้อมูลอ้างว่าคนขับรถกระบะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น

 

ล่าสุดวันนี้ (30 ก.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) ชี้แจงว่า ได้สั่งการ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ จตร.( หน.จต.)จัดทีมจเรตำรวจ เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยด่วน เนื่องจากเป็นการกระทำที่อุกอาจกลางกรุง ซึ่งมีข้อมูลเบื้องต้นว่า เหตุเกิดเมื่อ 28 ก.ค.2564 ในเขต สน.ประเวศ โดยผู้ก่อเหตุ เป็นดาบตำรวจ สังกัด สภ.หนึ่งใน ภ.จว.สมุทรปราการ ร่วมก่อเหตุกับบุคคลซึ่งมีหมายจับ เพียงขับรถปาดหน้ากัน ซึ่งหากเป็นข้อมูลจริง นอกจากจะต้องดำเนินคดีจราจร และ อาญาจากการก่อเหตุดังกล่าวแล้ว ยังต้องตรวจสอบอีกว่า ผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจแต่กลับเดินทางมาพร้อมกับบุคคลมีหมายจับและก่อเหตุร่วมกันได้อย่างไร เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

“หากพบว่า มีมูลการกระทำผิดจริง ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด และพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุ จะต้องดำเนินการกับผู้ก่อเหตุ ทั้งทางวินัยและอาญาทุกข้อกล่าวหา โดยเด็ดขาด เพราะถือว่าสร้างความเสื่อมเสียให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างรุนแรง ตามนโยบายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ จตช. ดำเนินการกับตำรวจที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนด้วยความเด็ดขาด ซึ่งเรื่องนี้จะติดตามผลการตรวจสอบด้วยตนเอง เพื่อพิจารณาดำเนินการที่เกี่ยวข้องต่อไปโดยเร็ว” พล.ต.อ.วิสนุ ระบุ

 

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนยังไม่สามารถแจ้งข้อหากับทั้งสองฝ่ายยัง เนื่องจากทางฝั่งรถเก๋งซีวิคสีขาว ภรรยาได้ติดเชื้อ โควิค-19 เลยยังไม่สามารถทำการสอบสวนได้ ต้องทำการตรวจหาเชื้อก่อนถึงจะสอบสวนได้  ขณะที่ทางด้านฝั่งกระบะป้ายแดง ยังไม่เข้ามาพบพนักงานสอบสวน