"สิ่งใดที่ห้ามก็ขอประชาชนร่วมกันอย่าทำ หากยังมีการทำอยู่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ การแพร่ระบาดก็จะมากขึ้น การเดินทางการมั่วสุม ก็มีหลายกรณีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งเป็นต้นตอของการแพร่ระบาด แต่หากพิจารณาการแพร่ระบาดของไทย อาจมองดูแล้วน่าตกใจ การเสียชีวิตในแต่ละวัน ขอให้ลองสนใจตัวเลขต่างๆของประเทศเพื่อนบ้านดูบ้าง วันนี้ทุกประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบทั้งสิ้น มากบ้างน้อยบ้าง ลำดับต้นๆก็มีอยู่หลายประเทศ มากกว่าเราหลายเท่า ก็ตั้งใจว่าไม่อยากให้ประเทศของเรานั้นมีคนเสียชีวิต แต่หากทำตามมาตรการที่ออกไปครบทุกอย่าง อย่างน้อยก็ป้องกันตัวเอง และครอบครัวได้ก่อน คนที่ออกนอกบ้านก็ฉีดวัคซีนให้ครบถ้วน แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ดูแล กลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว แต่ก็พบการติดเชื้อ ต้องยอมรับว่าการฉีดวัคซีนไม่ใช่ว่าไม่ติดเชื้อ เพราะหากไปใกล้ชิดกับคนมีเชื้อก็มีปัญหาแน่นอน แล้วนำไปติดที่บ้าน พื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดสูง มาตรการด้านสาธารณสุขถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากระมัดระวังตัวเองได้ก็จะค่อยๆ ลดเชื้อลง"
ส่วนตัวเลขการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ทราบว่าประชาชนให้ความสนใจตัวเลขเหล่านี้ แต่อยากให้สนใจว่า ต่างชาติเกิดอะไรขึ้น เขาทำอะไรอย่างไร มาตรการที่ผ่านมามีทั้งล็อกดาวน์เต็มอำนาจ ไม่ล็อกดาวน์บ้าง ก็มีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเหมือนกัน เขาก็ยังระงับไม่อยู่ เพราะหากไม่ร่วมมือกันทั้งหมด พร้อมกับระบุว่าปัญหาในระบบต้องมีเพราะเป็นคนหมู่มาก ใช้บุคลากรทางการแพทย์พลเรือนตำรวจทหารทั้งหมดเป็น 100,000 คน เพื่อดูแลคน 70 ล้านคน
ฉะนั้นระบบที่มีอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา มีปัญหาเพียงความเพียงพอของเจ้าหน้าที่ ที่จะต้องเข้าไปดูแลมากขึ้น จึงต้องอาศัยอาสาสมัครจิตอาสา อสม. ลงไปสำรวจในพื้นที่ เพื่อคัดแยกผู้ป่วยออกมา
ผู้ติดเชื้อนอกระบบ ในการดูแลตนเองในชุมชน วิธีการใช้แพทย์ทางเลือก หรือใช้สมุนไพรรักษาตัวหายไปทำไมมาก ซึ่งยังมีมาตรการเบื้องต้นในการดูแลตนเอง และเคร่งครัดตามมาตรการที่รัฐกำหนด ยอมรับว่าจะต้องมีผลกระทบอย่างแน่นอน ทุกประเทศได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด ไม่ใช่ว่าเขาทำได้ดีจนไม่มีผลกระทบอะไรเลย เป็นไปไม่ได้