นายกรัฐมนตรี เผย ทีมแพทย์ประเมินมาตรการล็อกดาวน์เดิมยังใช้ได้อยู่ในช่วงนี้  ขอประชาชนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รับใช้บุคลากรแพทย์ - พลเรือน แสนคนดูแลคน 70 ล้านคนย่อมมีปัญหาเจ้าหน้าที่ไม่พอ 

วันที่ 30 กรกฎาคม 2564 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการออกมาตรการล็อกดาวน์พื้นที่ 13 จังหวัดสีแดงเข้ม 14 วัน แต่จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อยังคงสูงขึ้น จะมีการขยายเวลาล็อคดาวหรือไม่ ว่า ต้องศึกษา ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของแพทย์สาธารณสุข และมีการประชุมร่วมกันของศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 หรือ ศปก.ศบค.  และกระทรวงสาธารณสุข 

 

การอนุมัติมาตรการอะไรก็ตามจะต้องเข้าที่ประชุม ศบค. ทุกอย่างสามารถดำเนินการได้เร็ว ไม่ช้าเพราะมีการประชุมกันทุกวัน และวันใดที่มีเรื่องเร่งด่วนตนก็จะอนุมัติในฐานะที่เป็นผอ.ศบค. แต่ตนก็อยากให้ผ่านที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่เพื่อให้ทุกหน่วยงานนั้นเข้าใจตรงกัน เพราะหลายมาตรการต้องช่วยกันทั้งหมด ไม่ใช่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง

 

ส่วนมาตรการจะล็อกดาวน์เข้มขึ้นหรือไม่ นั้น ขณะนี้ทางคณะแพทย์ และทีมสาธารณสุข ยังคงเห็นชอบในมาตรการเดิมอยู่ การที่ตัวเลขไม่ลดลงมีปัจจัยหลายประการ โดยหากเราสามารถปฏิบัติตามมาตรการที่ประกาศไว้ ทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ก็อาจจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง สิ่งสำคัญคือความร่วมมือในการปฏิบัติมาตรการดังกล่าว 

"สิ่งใดที่ห้ามก็ขอประชาชนร่วมกันอย่าทำ หากยังมีการทำอยู่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ การแพร่ระบาดก็จะมากขึ้น การเดินทางการมั่วสุม ก็มีหลายกรณีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งเป็นต้นตอของการแพร่ระบาด แต่หากพิจารณาการแพร่ระบาดของไทย อาจมองดูแล้วน่าตกใจ การเสียชีวิตในแต่ละวัน ขอให้ลองสนใจตัวเลขต่างๆของประเทศเพื่อนบ้านดูบ้าง วันนี้ทุกประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบทั้งสิ้น มากบ้างน้อยบ้าง ลำดับต้นๆก็มีอยู่หลายประเทศ มากกว่าเราหลายเท่า ก็ตั้งใจว่าไม่อยากให้ประเทศของเรานั้นมีคนเสียชีวิต แต่หากทำตามมาตรการที่ออกไปครบทุกอย่าง อย่างน้อยก็ป้องกันตัวเอง และครอบครัวได้ก่อน คนที่ออกนอกบ้านก็ฉีดวัคซีนให้ครบถ้วน แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ดูแล กลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว แต่ก็พบการติดเชื้อ ต้องยอมรับว่าการฉีดวัคซีนไม่ใช่ว่าไม่ติดเชื้อ เพราะหากไปใกล้ชิดกับคนมีเชื้อก็มีปัญหาแน่นอน แล้วนำไปติดที่บ้าน พื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดสูง มาตรการด้านสาธารณสุขถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากระมัดระวังตัวเองได้ก็จะค่อยๆ ลดเชื้อลง" 

 

ส่วนตัวเลขการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ทราบว่าประชาชนให้ความสนใจตัวเลขเหล่านี้ แต่อยากให้สนใจว่า ต่างชาติเกิดอะไรขึ้น เขาทำอะไรอย่างไร มาตรการที่ผ่านมามีทั้งล็อกดาวน์เต็มอำนาจ ไม่ล็อกดาวน์บ้าง ก็มีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเหมือนกัน เขาก็ยังระงับไม่อยู่ เพราะหากไม่ร่วมมือกันทั้งหมด พร้อมกับระบุว่าปัญหาในระบบต้องมีเพราะเป็นคนหมู่มาก ใช้บุคลากรทางการแพทย์พลเรือนตำรวจทหารทั้งหมดเป็น 100,000 คน เพื่อดูแลคน 70 ล้านคน 

ฉะนั้นระบบที่มีอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา มีปัญหาเพียงความเพียงพอของเจ้าหน้าที่ ที่จะต้องเข้าไปดูแลมากขึ้น จึงต้องอาศัยอาสาสมัครจิตอาสา อสม. ลงไปสำรวจในพื้นที่ เพื่อคัดแยกผู้ป่วยออกมา

ผู้ติดเชื้อนอกระบบ ในการดูแลตนเองในชุมชน วิธีการใช้แพทย์ทางเลือก หรือใช้สมุนไพรรักษาตัวหายไปทำไมมาก ซึ่งยังมีมาตรการเบื้องต้นในการดูแลตนเอง และเคร่งครัดตามมาตรการที่รัฐกำหนด ยอมรับว่าจะต้องมีผลกระทบอย่างแน่นอน ทุกประเทศได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด ไม่ใช่ว่าเขาทำได้ดีจนไม่มีผลกระทบอะไรเลย เป็นไปไม่ได้

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะต้องมีการปรับปรุงแนวทางการรักษา ซึ่งในปัจจุบันมีการ ปรับใช้ Antigen Rapid Test Kit เข้ามา ซึ่งตนได้ถามกับทีมแพทย์ ว่าผลตรวจครั้งเดียวอาจไม่แน่นอน เพราะฉะนั้นอาจจะต้องเว้นระยะห่างและตรวจอีกครั้งหนึ่ง โดยหากพบว่าติดเชื้อจริง จะต้องทำการ ตรวจ rt-pcr เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดในการรอตรวจ และมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และหลังจากนั้นจึงเข้าสู่ระบบการรักษา ไม่เช่นนั้นจะแยกกลุ่มเสี่ยงออกจากประชาชนทั่วไปไม่ออก แทนที่จะไม่ติดเชื้อ กลับไปติดเชื้อตอนรอตรวจ rt-pcr แทน