ในส่วนของความวิตกกังวลในสถานการณ์ การระบาดระลอกใหม่นี้ ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 80% มีความวิตกกังวลมาก โดยสาเหตุ คือ กลัวติดเชื้อโควิด-19 เรื่องปัญหารายได้ลดลงและขาดรายได้ ด้านการเรียนไม่ต่อเนื่อง และกังวลเรื่องผลข้างเคียงของวัคซีน/ได้รับวัคซีนที่ไม่มีประสิทธิภาพ
นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถาม กลุ่มดังกล่าวมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในครอบครัวด้วย คิดเป็น 65.7% ซึ่งผู้สูงอายุกลุ่มนี้ได้รับวัคซีนแล้ว คิดเป็น 79.92% ซึ่งยังต้องเร่งฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุให้ครอบคลุมถึง 80% ต่อไป
ทั้งนี้ จากความร่วมมือระหว่างกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขกับกรุงเทพมหานคร ในการสนับสนุนวัคซีน โดยผ่านคณะอนุกรรมการการบริหารจัดการ การให้วัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 โดยจัดสรรให้มีการกระจายผ่านสำนักอนามัยไปยังพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดกรุงเทพฯ นั้น มีการฉีดสะสม ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-28 ก.ค. 64 จำนวน 5,533,406 โดส เป็นการฉีดเข็มที่ 1 จำนวน 4,643,227 โดส คิดเป็น 60.31% เข็มที่ 2 จำนวน 1,025,493 โดส คิดเป็น 13.32% (ประชากรกรุงเทพฯ 7,699,174 คน)
ซึ่งความครอบคลุมในการฉีดวัคซีนโควิด 19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ นั้นเป็นไปตามแผนการบริหารการให้วัคซีนที่ทาง ศบค. ได้กำหนดไว้ และสอดคล้องกับผลการสำรวจความคิดเห็นของ DDC Poll ที่เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเข้ารับบริการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะกลุ่ม 607 คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ผู้มีโรคอ้วนและหญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ได้เข้ารับบริการฉีดวัคซีนเพื่อลดอาการรุนแรง ลดการเสียชีวิต