บช.น. แจงกระแสสื่อสังคมโซเชียล กรณีเอกสารสำรวจข้อมูลการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ยัน เป็นการสำรวจข้อมูลเพื่อเตรียมการ ยังไม่ได้รับจัดสรรวัคซีนเพิ่ม ระบุ ตำรวจควบคุมฝูงชนและตามจุดด่านตรวจต่างๆ เป็นกลุ่มเสี่ยงมีโอกาสได้รับเชื้อเช่นกัน

จากกรณีสื่อโซเชียลมีเดีย มีการโพสต์เผยแพร่เอกสารเรื่องสำรวจข้อมูลการรับวัคซีนข้าราชการตำรวจ เพื่อจัดเตรียมการรับวัคซีนเข็มที่ 3 ของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ความเสี่ยงสูง โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า จะเอาวัคซีนไปให้ตำรวจในสังกัด บข.น. ที่ทำหน้าที่ควบคุมฝูงชนฉีดก่อนนั้น

 

วันนี้ (28 ก.ค.64) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)​ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลพบว่า ข้าราชการตำรวจในสังกัด บช.น. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนต่างๆ มีสถิติการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น ตามนโยบายรัฐบาลกำหนดให้มีการฉีดวัคซีนเข็มที่สามให้แก่บุคลากรสาธารณสุข ด่านหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่กับผู้ป่วย และอาจจะฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งการสำรวจข้อมูลตามหนังสือที่ปรากฏเป็นข่าว เพื่อจัดเตรียมข้อมูลเบื้องต้น ปัจจุบัน บช.น.ยังไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติม

ทั้งนี้นอกจากการสำรวจผู้ที่มีความสมัครใจจะฉีดวัคซีนเข็มที่สามแล้ว ยังได้ทำการสำรวจผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข็มแรก ผู้ที่ในตอนแรกอยู่ระหว่างการปรึกษาแพทย์ และต่อมาแพทย์อนุญาตให้ทำการฉีดวัคซีนได้ หรือผู้ที่เคยติดเชื้อและหายแล้วในระยะเวลาเกินกว่าสามเดือน ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีโอกาสติดเชื้อเช่นเดียวกัน เพื่อให้มีข้อมูลสถานภาพการฉีดวัคซีนของกำลังพลครบถ้วนตามระบบ

 

จากกระแสทางสื่อโซเชียลมีเดีย ที่มีการพูดถึงการฉีดวัคซีนให้แก่ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน เนื่องด้วยรูปแบบหรือสภาพการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน ไม่สามารถแยกกลุ่มการปฏิบัติงานได้ และจะต้องปฏิบัติในพื้นที่จำกัดและมีความหนาแน่นของคนเป็นจำนวนมาก ประกอบกับกำลังพลต้องพักอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน แม้ตำรวจที่มาปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้วสองเข็ม แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในการได้รับเชื้อ นอกจากนั้น​แล้ว​ ยังมีข้าราชการตำรวจที่ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ ในการรับส่งผู้ป่วย หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจโควิด-19 ต่างๆก็เป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสได้รับเชื้อ จึงมีความจำเป็นจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง จึงได้มีการสำรวจข้อมูลสำหรับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในกลุ่มดังกล่าว เพื่อจัดเตรียมไว้หากได้รับการจัดสรรวัคซีน