อคส. เดินหน้ารื้อเรื่องทุจริตเก่าที่ผู้บริหารรัฐบาลชุดที่ผ่านมาดำเนินการ ชี้บางกรณีเสียหายเกือบ 5 พันล้าน พร้อม เร่งสางคดีเก่า ลุยฟ้องทุจริตจำนำข้าว 1,143 คดี เรียกชดเชยร่วม 5 แสนล้านบาท คดีจำนำมันสำปะหลังอีกกว่า 200 คดี

วันนี้ (27 ก.ค.64) นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสะสางคดีค้างเก่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรของรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ ว่า อคส.ได้ดำเนินการส่งเรื่องให้อัยการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี และนาปรัง ตั้งแต่ปีการผลิต 2554-57 กับเจ้าของคลังเก็บข้าว ที่ อคส. เช่าเพื่อฝากเก็บข้าวในสต๊อกของรัฐบาล , โรงสี , เจ้าหน้าที่ อคส.ที่เกี่ยวข้อง รวม 1,143 คดี อยู่ในชั้นศาลปกครองกลาง 1,136 คดี ศาลปกครองสูงสุด 4 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 494,198 ล้านบาท และ อคส. ถูกฟ้อง 155 คดี ทุนทรัพย์ 4,782 ล้านบาท โดยมั่นใจว่า มีโอกาสสูงที่ อคส. จะชนะคดี แต่จะได้รับเงินชดเชยความเสียหายครบถ้วนหรือไม่ ต้องรอดูต่อไป เพราะเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก

 

ทั้งนี้ได้ตั้งคณะทำงาน เพื่อติดตามคดีโครงการรับจำนำข้าวที่ส่งอัยการฟ้องร้องไปแล้ว ครบถ้วนหรือไม่ หากยังมีคดีตกค้างจะเร่งรัดส่งฟ้องโดยเร็ว 

 

สำหรับคดีเกี่ยวกับโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง ปี 2551/52 , ปี 2554/55 และปี 2556/57 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกรณีเสื่อมสภาพ หรือสูญหาย อีกรวมกว่า 200 คดี ได้ฟ้องร้องอยู่ในชั้นศาลปกครองกลาง 161 คดี มีมูลค่าความเสียหาย 18,723 ล้านบาท โดยคดีถึงที่สุดแล้ว 14 คดี ศาลพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้กับ อคส. จำนวน 4,883 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งรัดให้ชดใช้ความเสียหาย 

นอกจากนี้ อคส. จะเดินหน้ารื้อเรื่องทุจริตเก่า ๆ ที่ผู้บริหาร อคส. ในช่วงที่ผ่านมา ได้สั่งให้ยุติเรื่อง และไม่ส่งอัยการฟ้องร้องผู้กระทำผิด ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก บางกรณีทำให้ อคส. เสียหายถึง 4,000 ล้านบาท โดยจะดำเนินการทุกอย่างอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม 

 

นายเกรียงศักดิ์กล่าวว่า ล่าสุดยังมีเหลือข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ในส่วนที่อยู่ในความดูแลของ อคส. อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่ง อคส. ได้ทยอยเปิดประมูลอย่างต่อเนื่อง แต่บางส่วนผู้ชนะประมูลรับมอบข้าว (เอาข้าวออกจากโกดังเก็บ) ไม่ได้ เพาะเจ้าของโกดังยึดหน่วง ไม่ยอมให้เอาข้าวออก อคส. จึงได้ฟ้องร้องดำเนินคดีเจ้าของโกดังรายดังกล่าวไปแล้ว และล่าสุดเหลือข้าวสารในสต๊อกที่จะต้องขายให้หมด 11,000-12,000 ตันเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นข้าวเหนียว และข้าวหอมมะลิ โดยตั้งเป้าหมายเปิดระบายให้หมดภายในปีนี้ 

 

ส่วนความคืบหน้าการทุจริตการจัดซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง มูลค่า 112,500 ล้านบาท ล่าสุด คณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ทยอยเรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด มารับทราบข้อกล่าวหา และแก้ข้อกล่าวหาแล้ว คาดว่า จะสรุปสำนวนและส่งอัยการฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาได้ในเร็ว ๆ นี้ และจากนั้นสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะดำเนินการเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำผิด เพื่อเอาเงินมาชดใช้ให้ อคส. ขณะเดียวกัน คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางละเมิด กำลังสืบสวนข้อเท็จจริง และความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ อคส. เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องชดใช้ให้ อคส. ส่วนโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่ อคส. ที่เกี่ยวข้อง  อยู่ระหว่างการพิจารณา