บช.น.สั่ง สน.นางเลิ้ง- สน.พญาไท เร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า - ฮาเล่ย์ฯ ที่ก่อม็อบอนุสาวรีย์วานนี้ หลังพบมีการทำผิดกฎหมายหลายข้อทั้ง เบื้องต้นพบทำผิดกฎหมายอย่างน้อย 5 ฉบับ

วันนี้ (26 ก.ค.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษก บช.น. เปิดเผยว่า ทาง บช.น.ได้สั่งการให้ สน.พญาไท และ สน.นางเลิ้ง ซึ่งเป็นท้องที่ในการจัดกิจกรรมของกลุ่มผู้ชุมนุมหลายกลุ่มวานนี้ (25 ก.ค.) ทำการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหา จากกรณีการชุมนุมของกลุ่มมวลชนหมู่บ้านทะลุฟ้าที่มีนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” เป็นแกนนำ ที่ได้มีการนัดหมายรวมตัวกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปยังบริเวณแยกพาณิชยการ หน้าทำเนียบรัฐบาล โดยมีการปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียงบนรถบรรทุก เดินขบวนกีดขวางการจราจรโดยไม่มีการรักษาระยะห่าง พ่นสีสเปรย์ และจุดไฟเผาสิ่งของบนถนนสาธารณะ

และกลุ่มฮาเลย์ Sportster.inc นัดหมายรวมตัวกัน ที่บริเวณอนุสาวรีย์ ชัยสมรภูมิ ก่อนไปร่วมขบวนกับกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้าเดินทางไปหน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีการขับขี่รถไปตามท้องถนนจานวนหลายคันในลักษณะกีดขวางการจราจร มีการบีบแตร และเร่งเครื่องยนต์เสียงดัง
 

โดยการกระทำของกลุ่มดังกล่าว จะเข้าข่ายเป็นความผิดในข้อหา จัดกิจกรรมที่มี ความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด มีการรวมกลุ่มกันของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คน อันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 28 และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อฯ, ตั้งวาง หรือกองวัตถุใดๆ บนพื้นถนน อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ, กีดขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ, ใช้เครื่องขยายเสียง โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการใช้เครื่องขยายเสียงฯ และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ตำรวจจึงต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด เพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลว่ามีผู้ใดที่ร่วมกระทำความผิดข้างต้นบ้าง หากทราบตัวบุคคลดังกล่าวแล้ว จะดำเนินการออกหมายเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาตามที่ได้กระทำผิดต่อไป