เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.จิตรภณ สมหมาย หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปทส. ภาค 5 ร่วมกับนายประสิทธิ์ ท่าช้าง ผอ.สจป.ที่ 3 สาขาแพร่ และนายสักรินทร์ ปัญญาใจ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 ภาคเหนือ รับแจ้งว่ามีการซื้อขายไม้ชิิงชันผ่านสื่อโซเชียลและจะนำไม้ชิงชันมาส่งให้กันที่บริเวณบ้านร้างท้ายหมู่บ้านเด่นชุมพล หมู่ 4 ต.ปงป่าหวาย อ.เด่นชัย จ.แพร่ จึงได้สนธิกำลังร่วมกันโดยมี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อย ตชด.32 กก.ตชด.32 (พะเยา), เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษภาคเหนือ 2, เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.ศปทส ภาค 5 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เด่นชัย จ.แพร่ และฝ่ายปกครองจังหวัดแพร่ เข้าตรวจสอบจุดนัดพบดังกล่าว
จนกระทั่งถึงเวลา 18.00 น. จึงพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ 4 ประตู สีบรอนเงิน ทะเบียน กง 2037 แพร่ ขับมาจอดที่บ้านร้างหลังดังกล่าวพร้อมไม้ชิงชัน 10 ท่อน มูลค่ากว่า 78,000 บาท และหากนำส่งต่อขายไปยังประเทศเพื่อนบ้านมูลค่า2ไม้จะทวีคูนขึ้นอีก 10 เท่าตัวเนื่องจากเป็นที่ต้องการของประเทศเพื่อนบ้านทดแทนไม้พยูง ซึ่งเป็นไม้มีค่า หายากและราคาแพง โดยมีรถยนต์เอนกประสงค์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่สปอร์ตสีขาว ทะเบียน ขง 1845 อุดรธานี ขับตามมา ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่ คนขับรถยนต์คันดังกล่าวจึงขับรถหนีออกไป
แต่เจ้าหน้าที่เข้าสกัดไว้ได้ ก่อนเข้ารวบตัวคนขับรถทั้ง 2 คันพร้อมคนนั่งมาด้วย รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 3 คน คือ นายเกรียงศักดิ์ สุดเสน่ห์ อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 69/2 ม.10 ต.เวียงทอง อ.สูงเม่น จ.แพร่ นายดนัย วงค์จิตร อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 123 ม.9 ต.เวียงทอง อ.สูงเม่น จ.แพร่ และนายจตุพงศ์ ดวงใจ อายุ 42 ปี บ้านเลข 52 ม.4 ต.เวียงทอง อ.สูงเม่น จ.แพร่ พร้อมยึดของกลาง คือไม้ชิงชัน ทั้งหมด 10 ท่อน ที่อยู่ท้ายรถกระบะคันดังกล่าว พร้อมโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และรถยนต์ ทั้ง 2 คัน โดยเบืองต้นตั้งข้อหาร่วมกันมีไม้ชิงชันแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนทำบันทึกให้ผู้ต้องหารับทราบข้อกล่าวหา และนำผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เด่นชัย อ.เด่นชัย จ.แพร่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว กัญญสร ถิ่นทิพย์