ผบช.ภ.1 กล่าวอีกว่า จากการนำกำลังเข้าจู่โจมบุกค้นตามที่อยู่ของกลุ่มวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มพบว่า มีวัตถุระเบิดปิงปองหรือระเบิดที่ทำเองด้วยการไปซื้อปะทัดลูกกลมเล็กๆ ที่ใช้จุดไล่นกมาแกะแล้วรวบรวมดินปืนหลายอัน มาทำเป็นระบิดใหม่ที่ใหญ่กว่าเสียงดังกว่าแล้วเพิ่มตะปูหรือหินลงไปด้วยเพื่อให้เกิดอันตรายเพิ่มขึ้นเวลาที่ปาไปแล้วระเบิดตกกระทบพื้น นอกจากนี้ยังตรวจยึดมีดดาบขนาดต่าง ๆ ปืนปากกา หมวกกันน็อค รถ จยย.อีกนับสิบคัน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่กลุ่มผู้ต้องหาทั้งสองกลุ่มใช้ในคืนที่ก่อเหตุปะทะกัน
สำหรับชนวนเหตุที่ทำให้ทั้งสองกลุ่มก่อเหตุโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายก็เนื่องจากมีการไปดักอุ้มดักทำร้ายกันมาก่อนหน้านี้ จนต่อมาเกิดการท้าทายกันผ่านโซเซียลแล้วนัดหมายยกพวกมาปะทะกันพร้อมกับระเบิดที่เตรียมมา หลังถูกจับกุมก็ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตั้งข้อหากระทำความผิดฐานร่วมกันโดยมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ร่วมกันทำให้ระเบิด ร่วมกันพกพาอาวุธมืด อาวุธปืน ติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ และร่วมกันชุมนุมหรือจัดกิจกรรม ในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคอันเป็นความผิดตามข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไป
พร้อมกับให้เรียกตัวผู้ปกครองของกลุ่มเยาวชนที่ก่อเหตุทั้งหมดมาทำทัณฑ์บนคาดโทษไว้เพื่อไม่ให้บุตรหลานกลับมาก่อเหตุเดือดร้อนแก่ชาวบ้านในลักษณะเช่นนี้อีก รวมทั้งให้ขยายผลและกวดขันร้านค้าที่จำหน่ายประทัดในลักษณะนี้อย่างเข้มงวด ถ้าพบว่าไม่มีใบอนุญาตขายให้ตรวจยึดในทันทีในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เพื่อป้องกันไม่ให้ซื้อปะทัดเหล่านี้มาก่อเหตุทำเป็นอาวุธไล่ทำร้ายกันหรือนำไปปาป่วนเมืองอีก รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตาบรรดากลุ่มวัยรุ่นต่างๆ ในพื้นที่ที่มักชอบก่อเหตุยกพวกปะทะกัน ซึ่งมีอยู่อีกประมาณ 10 กลุ่ม ให้หยุดพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
ข่าว/ภาพ-ศุภชัย สินธ์ประเสริฐ