ผู้ช่วยโฆษก ศบค.เผยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายงานว่าพื้นที่กรุงเทพมหานคร โควิดสายพันธุ์อินเดีย แพร่่ระบาดเกินครึ่งในหลายจุด โดยเขตจตุจักร บางรัก จอมทอง คลองเตย และ หลักสี่ พร้อมฉีดวัคซีนให้ประชาชนในพื้นที่ที่ลงตรวจด้วย 4,070 คน

วันนี้ (21 ก.ค.2564) พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงผลการประชุมเรื่องผู้ป่วยติดเชื้อจากการลงพื้นที่เชิงรุกของ Comprehensive Covid-19 Response Team หรือ CCRT และการตั้งศูนย์พักคอย ว่า การทำงานของกลุ่มเชิงรุก CCRT ระหว่างวันที่ 15-25 กค. 64 ลงพื้นที่ 139 ชุมชน เป็นการเดินเท้า เคาะประตูบ้าน ตรวจหาเชื้อไปแล้ว 4,583 คน ด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit หรือ ATK ผลการตรวจของทีม CCRT วันที่ 20 ก.ค. 383 คน ติดเชื้อ 37คน ในจำนวนนี้แบ่งการรักษาเป็นแยกกักตัวที่บ้าน 31 คน แยกกันตัวในชุมชน  3 คน ส่งต่อผู้ป่วยอาการสีเหลืองรักษาที่โรงพยาบาล 3 คน โดยการคัดกรองบุคคลที่สัมผัสกับผู้ป่วย 37 คน พบว่ามีกลุ่มเสี่ยงสูง 134 คน แนะนำให้กลุ่มนี้กักตัวที่บ้าน Home Quarantine

ในส่วนกรุงเทพมหานคร รายงานว่า ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง อาจกลายเป็นผู้ติดเชื้อได้ถึงร้อยละ 11 ทีม CCRT ได้ฉีดวัคซีนให้ประชาชนในพื้นที่ที่ลงตรวจด้วย 4,070 คน

ขณะที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายงานว่าพื้นที่กทม. พบการติดเชื้อสายพันธุ์ "เดลตา" เกินร้อยละ 50 ในหลายชุมชน โดยเฉพาะ 5 เขต ที่พบมากที่สุด ประกอบด้วย เขตจตุจักร บางรัก จอมทอง คลองเตย และ หลักสี่

ส่วนกรมการแพทย์ รายงานระดับความรุนแรงของผู้ป่วยติดเชื้อว่าจากรายงานเป็นหมื่นคน พบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยสีเขียว สีเขียวเข้ม อายุน้อย วัยแรงงาน พบว่า กลุ่มนี้รวมกันสูงถึงร้อยละ 80 ขณะที่ผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง สีแดง เพิ่มขึ้น จำเป็นต้องสงวนเตียงไว้ให้ผู้ป่วยอาการหนัก

นอกจากนี้ ผอ.ศบค. เน้นย้ำว่าจะต้องไม่มีคนเสียชีวิตที่บ้าน เมื่อพบผู้ป่วยจะต้องนำเข้าสู่ระบบการรักษาให้เร็วที่สุด โดยใช้วิธีการตรวจคัดกรองแยกผู้ป่วยด้วยการใช้ชุดตรวจ ATK ขยายจุดตรวจให้ครอบคลุม และจะมีการเปิดศูนย์บริการของกระทรวงสาธารณสุขของกรุงเทพมหานครอีก 69 จุด โดยกรุงเทพมหานคร เพิ่มจำนวนศูนย์พักคอยแล้ว 49 แห่ง ใน 47 เขต เปิดแล้ว 19 แห่ง รองรับผู้ป่วยได้ 5,365 เตียง ปรับอาคารนิมิบุตร รองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง และพยายามส่งต่อผู้ป่วยให้ปลอดภัย

ข่าว เนชั่นออนไลน์
ภาพ ประชาสัมพันธ์ กทม.