จากการสอบหลานชาย พบว่าก่อนเกิดอุบัติเหตุ ทั้ง 4 กำลังจะกลับเข้าบ้าน โดยมีพี่สาวเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ หลานสาวนั่งข้างหน้า หลานชายนั่งซ้อนตรงกลาง และมีแม่นั่งซ้อนปิดท้าย พอมาถึงจุดเกิดเหตุจู่ๆมีรถยนต์กระบะสีส้ม ไม่ทราบยี่ห้อ เข้ามาเฉี่ยวชนบริเวณข้างรถจนทำให้รถไปชนกับฟุตบาทล้มลง ก่อนจะมีรถมาเหยียบแม่ซ้ำ
นอกจากนี้ยังมีการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบเพิ่มเติมได้ว่าก่อนเกิดอุบัติเหตุมีรถพ่วงเบียดรถยนต์กระบะ หลังจากนั้นรถยนต์กระบะสีส้มด้มาเฉี่ยวจักรยานยนต์ไปชนกับฟุตบาทข้างทางล้มลง แล้วได้มีรถยนต์กระบะสีดำ ที่ขับตามมาด้วยความเร็วเหยียบซ้ำเข้าไป ก่อนรถยนต์กระบะทั้ง 2 คันจะขับหลบหนีไปไม่ได้มีการจอดลงมาดูเหตุการณ์แต่อย่างใด
น.ส.เจนจิรา กล่าวอีกว่า ที่ร้องเรียนสื่อมวลชนเพราะว่าอยากจะได้ภาพจากล้องหน้ารถของรถยนต์ที่ขับผ่านไปมาและเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว มาตามหารถยนต์กระบะทั้ง 2 คันที่ชนแม่และพี่สาวจนเกิดความสูญเสีย เรื่องอุบัติเหตุไม่สามารถแก้ไขได้ แต่อยากได้แค่คำขอโทษ และความเป็นคนของคนขับรถกระบะดังกล่าวยังมีอยู่หรือไม่ ไม่คิดแม้แต่จะจอดรถลงมาดูหรือช่วยเหลือคนเจ็บ โดยตนเองได้แจ้งความไว้กับ สภ.เมืองเชียงใหม่ แต่ในใบแจ้งความเจ้าหน้าที่เขียนแค่ขับรถเฉี่ยวชนฟุตบาท ไม่ได้มีการะบุว่ามีรถมาเฉี่ยวชน เกรงว่าตนเองและครอบครัวอาจไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีนี้