ส่วนกรณีในจดหมายที่ระบุว่า ไทยขอให้แอสตร้าฯ จัดส่งวัคซีนให้ 3 ล้านโดสนั้น นพ.โอภาส ระบุว่า ข้อมูลนี้ชุดนี้ เป็นการอ้างอิง มาจากวงประชุมแบบไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2563 เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันในเดือนกันยายน 2563 มีการสอบถามว่า ความสามารถในการผลิตและฉีดวัคซีนของไทยอยู่ที่เท่าไหร่ ซึ่งขณะนั้นข้อมูลที่มีอยู่ คือ การฉีดอยู่ที่ประมาณวันละ 3 ล้านโดส และ ยืนยันว่า กรมควบคุมโรค ยังไม่เคยบอกอย่างเป็นทางการออกมาว่าจะฉีดได้ 3 ล้านโดส แต่ที่ผ่านมาได้มีตัวเลขประมาณการณ์ ขีดความสามารถของไทยสามารถฉีดวัคซีนอยู่ที่ 10 ล้านโดสต่อเดือน หากวัคซีนมีความเพียงพอ
การจัดส่งวัคซีน astrazeneca ให้ไทยจะมี 2 ส่วน คือ ความต้องการของประเทศไทย และอีกส่วนคือ กำลังการผลิตของบริษัท ทั้งนี้ ในชุด สัญญาวัคซีนแสตร้าฯ มาจาก 3 ฝ่าย คือ กรมควบคุมโรค สถาบันวัคซีนฯ และแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย เป็นการจองวัคซีนล่วงหน้า ซึ่งแอสตร้าฯระบุไม่ได้ว่า จะมีการผลิตวัคซีนได้เท่าไหร่ ซึ่งการจัดส่งมอบวัคซีน จะมีการเจรจาวัคซีนเป็นรายเดือน
ส่วนกรณี ที่วัคซีนแอสตร้าฯ ที่ผลิตโดย บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จํากัด มีการจัดส่งไปยังต่างประเทศด้วยนั้น นายแพทย์ โอภาสระบุว่า พึ่งมารู้ในวันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่ามา แต่ก่อนหน้านั้น บริษัทแอสตร้าฯ ไม่ได้ระบุ ว่า วัคซีนที่ผลิตในไทยจะมีการส่งให้ต่างประเทศ แต่ในสัญญาระบุว่า หากจะมีการส่งออกต่างประเทศ ก็ขอให้ไทยสนับสนุนไม่ให้มีการขัดขวาง การส่งออกโดยไม่สมควร โดยแอสตร้าฯ ยังจัดส่งให้ไทย ทุกสัปดาห์บางสัปดาห์ส่งให้ 2 ครั้ง
ส่วนที่มีการรายงานออกมาก่อนหน้านี้ ว่าแอสตร้าเซนเนก้า จะส่งวัคซีนให้ไทย ครบถึงเดือนพฤษภาคม 2565 นายแพทย์โอภาส ระบุว่า ข้อเท็จจริงคือว่าขณะนี้การผลิตของบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ พยายามจะผลิตให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น เท่าที่คำนวณดูขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 15 ล้านโดสต่อเดือน ถ้าคิด 1 ใน 3 จะส่งให้ไทยได้ประมาณ 5 ล้านโดสอย่างต่ำ ทั้งนี้บริษัทแอสตร้าฯ ไม่เคยระบุว่า จะส่งให้ไทยถึงพฤษภาคม 2565
สำหรับการผลิตวัคซีน ขึ้นอยู่ในหลายปัจจัย และชีววัตถุ ถ้าจะให้บริษัทวัคซีน ระบุชัดๆ ว่าจะได้เท่าไหร่ คงเป็นเรื่องยากที่บริษัทจะรับปากได้ครบถ้วนร้อยเปอร์เซนต์ โดยในสัญญาความต้องการที่ไทยส่งไป ยังคงยืนยันอยู่ที่ 61 ล้านโดส ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้ได้ภายในเดือนธันวาคมปีนี้ ซึ่งคงต้องมีการเจรจาเป็นรายเดือนต่อไป