จากการสอบถามเบื้องต้น นายอัลลียาซะ รับสารภาพ ว่าจำหน่ายยาบ้าจริง เริ่มจากการเสพก่อน พอเห็นพ่อค้าที่ขายได้กำไรดีในช่วงโควิด-19 ระบาด ตนจึงหันมาขาย ซึ่งขายมาได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว 2 วันจะไปรับยาบ้า 1 ครั้ง จะรับยาบ้ามาครั้งละ 1 ถุง (200 เม็ด) ในราคา 11,000 บาท แล้วนำมาจำหน่ายให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงาน ในราคาเม็ดละ 100 บาท แต่ถ้าซื้อเป็นแถว (10 เม็ด) จะจำหน่ายในราคา 800 บาท
ส่วน น.ส.สุนารี พยายามปฎิเสธ โดยบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตนรู้เพียงว่าสามีเสพ แต่ไม่รู้ว่าสามีจำหน่าย หลังจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่าตอนสายลับโทรศัพท์ไปสั่งซื้อยาบ้า สายลับได้โทรไปสั่งกับ น.ส.สุนารี และธนบัตรล่อซื้อก็ยังอยู่กับ น.ส.สุนารี เจ้าหน้าที่ซึ่งซุ่มดูอยู่รอบบริเวณบ้าน เห็นเหตุการณ์ตลอด จึงยอมรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และตั้งข้อหาเพิ่มเติมกับนายอัลลียาซะ ว่า เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งนำตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เบตง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวโดย..เจษฎา สิริโยทัย // อ.เบตง จ.ยะลา