ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO)ได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. 64 วัคซีนซิโนฟาร์ม (Sinopharm) เมื่อวันที่ 7 พ.ค.64 ขณะที่วัคซีนทั้ง 3 ยี่ห้อ องค์การอาหารและยา (อย. ) ได้อนุมัติเพื่อให้สามารถใช้ในภาวะฉุกเฉิน โดยแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2564 ซิโนแวค (Sinovac) 22 ก.พ.2564 และ ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2564 ที่ผ่านมา
“วัคซีนที่ไทยนำเข้ามาใช้ทั้ง 3 ยี่ห้อ มีการใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยแอสตร้าเซนเนก้ามีการใช้แล้วทั่วโลกใน 118 ประเทศ ขณะที่ซิโนแวคมีใช้ใน 37 ประเทศและซิโนฟาร์มมีการใช้ใน 56 ประเทศ นอกจากนี้ องค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีน (The Vaccine Alliance หรือ Gavi) ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือระหว่างองค์กรรัฐและเอกชน ประกอบด้วย องค์การอนามัยโลก และ UNICEF ร่วมเป็นสมาชิก มีแผนการจัดส่งวัคซีนกว่า 110 ล้านโดส จาก Sinopharm 60 ล้านโดส และ Sinovac อีก 50 ล้านโดส ภายในปีนี้ เพื่อสนับสนุน COVAX ได้แจกจ่ายให้กับประเทศยากจนทั่วโลก ซึ่งถือเป็นความร่วมมือกันในระดับนานาชาติเพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโวคิด-19 เพราะทุกประเทศรวมทั้งนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและเห็นสอดคล้องว่า วัคซีนยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือกับระบาดไปอีกอย่างน้อย 1-2 ปีข้างหน้า” นายอนุชา กล่าว