“ตั้งแต่ปี 2563 มีเงินกู้ 4.5 ล้านบาท เหตุใดรัฐบาล ไม่นำเงินส่วนนี้ไปซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ และจัดเตรียมระบบสาธารณสุขให้เพียงพอ ซึ่งมีเวลาอยู่เป็นปี และวัคซีนที่ดีมีคุณภาพอยู่ไหน ทำไมจึงไม่ถือมาให้ประชาชนฉีด แสดงให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสในการบริหารจัดการวัคซีน เมื่อมีการเรียกร้องให้เปิดสัญญาวัคซีน รัฐบาลก็ไม่นำมาเปิดเผย อ้างแต่เป็นความลับ ซึ่งขณะนี้มีส.ส.พรรคก้าวไกล ที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม คาดว่าอาจจะติดเชื้อ โควิด-19 เรื่องนี้จะมีผลกระทบต่อการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ และแสดงให้เห็นว่าวัคซีนมีปัญหาเรื่องคุณภาพ นอกจากนี้เรายังเห็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค ครบ 2 เข็ม ก็เสียชีวิตเช่นเดียวกัน ดังนั้นที่อ้างว่าการฉีดป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิต แสดงให้เห็นว่าวัคซีนมีปัญหา ต่อไปประชาชนจะทำอย่างไร ในเมื่อรัฐบาลจะซื้อวัคซีนซิโนแวคอีก 10.9 ล้านโดส วงเงินกว่า 6.1 พันล้านบาท ทั้งที่วัคซีนชนิดนี้มีปัญหาเรื่องคุณภาพ พร้อมย้ำว่าการไม่เปิดเผยสัญญาเป็นการกระทำที่ลับๆล่อๆอาจเกิดความไม่โปร่งใส และการจัดซื้อแอสตร้าเซเนก้า 60 ล้านโดส ตอนนี้ก็ไม่รู้อยู่ไทย ประเทศไทยรวยมาก แต่คนในประเทศอดอยาก จัดตั้งโรงพยาบาลสนามกลับไม่มีเงินสนับสนุน” นายยุทธพงศ์ กล่าวและกล่าวต่อ
รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ยังเดินหน้าที่จะซื้อเรือดำน้ำต่อ ทั้งหมด3 ลำ ซื้อไปแล้ว 1 ลำ เมื่อปีงบประมาณ 2560 ผ่อนจ่ายถึงปี 2566 ส่วนลำที่ 2,3 จะจัดซื้อ ปีงบประมาณ 2563 - 2569 งบประมาณ 22,500 ล้านบาท ซึ่งปี 63-64 มีการเลื่อน และปีนี้ก็นำเข้ามาอีก ถ้าพลเอกประยุทธ์ เห็นแก่ประชาชน การเสียสละเงิน 3 เดือนไม่พอช่วยประชาชน ดังนั้นตนเรียกร้อง หากเป็นสุภาพบุรุษ คนกำลังอดอยาก ล้มตาย เดือดร้อนทั้งประเทศ พลเอกประยุทธ์ เสียสละในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยถอนเรื่องการซื้อเรือดำน้ำในปี 2565 ออกไปได้หรือไม่ หากเป็นนายกรัฐมนตรี หัวใจมีประชาชน ทั้งนี้ถ้าประเทศไทยไม่ซื้อเรือดำน้ำ ที่วงเงิน 3.4 หมื่นล้าน นำไปซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าโดสละ 150 บาท จะซื้อได้ 232 ล้านโดส สามารถฉีดวัคซีนให้คนไทยได้ 3.3 โดส
ตนในฐานะคณะกรรมาธิการงบประมาณฯ ในสัปดาห์หน้า งบของกระทรวงสาธารณะสุขเข้าที่ประชุม ตนจะขอดูสัญญาในการจัดซื้อวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเชื่อว่าเป็นเรื่องที่สามารถเปิดเผยได้ และขอทราบผลการเบิกจ่ายงบสาธารณสุขทั้งสองล็อต ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีบริหารประเทศอย่างนี้คนถึงออกมาไล่ นอกจากนี้ตนทราบข่าวมาว่า “มีใบสั่ง” จากทางรัฐบาล ให้กรรมาธิการงบประมาณซีกรัฐบาล ในปีนี้ต้องดันงบประมาณเรือดำน้ำผ่านให้ได้ โดยส่ง ปลัดบัญชีทหารบกมาเป็นกรรมาธิการงบประมาณด้วย เพื่อจะผ่านงบประมาณเรือดำน้ำ โดยไม่สนว่าประชาชนจะเดือดร้อนอดอยาก หากพลเอกประยุทธ์ บอกว่าเรื่องนี้ไม่จริง ก็ขอให้ถอนเรื่องออกไปโดยไม่ต้องให้กรรมาธิการในซีกฝ่ายค้านออกมาคัดค้าน และนำเงินจำนวนนี้ไปช่วยเหลือชีวิตของประชาชน