เนชั่นทีวี

ข่าว

ปธ.สภาอุตสาหกรรมโคราชเห็นด้วยล็อกดาวน์ แต่ขอความชัดเจนมาตรการเยียวยา

09 ก.ค. 2564 | jitima_chum

ปธ.สภาอุตสาหกรรมโคราชเห็นด้วยล็อกดาวน์ แต่ขอความชัดเจนมาตรการเยียวยา

ประธานสภาอุตสาหกรรมโคราช หนุนรัฐบาลล็อกดาวน์พื้นที่เสี่ยงสูง แต่ขอให้มีมาตรการเยียวยาชัดเจน เข้มงวดคนที่ต้องทำงานข้างนอกโดยเฉพาะรถขนส่งต้องคัดกรองเข้มคนขับรถ ขณะเดียวกันเสนอให้รัฐบาลเลื่อนการเปิดประเทศไปก่อนสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ครั้งที่ 9/2564 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.ผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ได้พิจารณามาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 4 โดยที่ประชุมมีมติยกระดับมาตรการจำกัดการเดินทาง หรือล็อกดาวน์พื้นที่เสี่ยงสูง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล 14 วัน มีผลหลังเที่ยงคืนวันนี้ (9 ก.ค.64) พร้อมกับขอให้ทำงานจากที่บ้าน 100% ยกเว้นงานบริการที่จำเป็น และมาตรการอื่น ๆ ที่ทาง ศบค.จะชี้แจงรายละเอียดอีกครั้งนั้น
    ล่าสุด วันนี้ (9 กรกฎาคม 2564) นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ก่อนหน้านั้นภาคอุตสาหกรรมมักจะไม่ค่อยอยากให้มีการล็อกดาวน์ เพราะจะทำให้เกิดผลกระทบกับภาคอุตสาหกรรมเป็นวงกว้าง แต่สถานการณ์ขณะนี้เปลี่ยนไปแล้ว หลังจากที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดลต้า หรือสายพันธุ์อินเดีย ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 
 

โดยส่วนตัวแล้วตนเห็นด้วยกับการประกาศล็อกดาวน์พื้นที่เสี่ยง แต่การจะประกาศล็อกดาวน์นั้นทางรัฐบาลควรที่จะมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่ชัดเจนก่อน เพราะที่ผ่านมา เมื่อจะประกาศ ล็อกดาวน์ หรือปิดสถานที่ต่าง ๆ รัฐบาลมักจะประกาศออกไปก่อน แล้วค่อยมาหาวิธีช่วยเหลือเยียวยาในภายหลัง ทำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสียง เกิดการแตกฮือออกนอกพื้นที่ เพราะขาดความมั่นใจในมาตรการช่วยเหลือเยียวยา จนส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายคนจากพื้นที่เสี่ยงออกมาระบาดนอกพื้นที่เป็นวงกว้างในขณะนี้
    เช่นเดียวกันกับการประกาศล็อกดาวน์ในครั้งนี้ รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอะไรเลย ขณะเดียวกันในส่วนของภาคอุตสาหกรรม สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ แม้ว่ารัฐบาลจะอนุญาตให้รถขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคสามารถเดินทางข้ามจังหวัดจากพื้นที่เสียงได้ แต่กลับไม่มีมาตรการตรวจคัดกรองคนขับรถขนส่งอย่างเข้มงวด อีกทั้งบุคลากรขับรถขนส่งส่วนใหญ่ ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วก็จริง แต่เป็นวัคซีนซิโนแวค ซึ่งที่ผ่านมาก็ทราบแล้วว่าไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้าได้ ทำให้เสี่ยงที่จะติดเชื้อและนำไปแพร่เชื้อได้ ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลเร่งหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อดีกว่านี้มาฉีดให้พนักงานขนส่งเหล่านี้ด้วย
 

ในส่วนของมาตรการเวิร์คฟอร์มโฮม ให้ทำงานที่บ้านนั้น รัฐบาลทราบหรือไม่ว่าตอนเขาทำงานที่บ้าน ต้องอยู่ ต้องกันกับคนในครอบครัวอีกกี่คน ซึ่งเสี่ยงที่จะมีการแพร่เชื้อให้กับคนในครอบครัว แต่ขณะนี้การคัดกรองยังไม่ครอบคลุมทั่วถึง หลายครอบครัว พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ต้องติดเชื้อเสียชีวิตในบ้าน สร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวและผู้ที่รับรู้เป็นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องเร่งคัดกรองแยกคนที่ติดเชื้อออกจากคนที่ไม่ติดโดยเร็ว
    นอกจากนี้การที่รัฐบาลประกาศจะเปิดประเทศภายใน 120 วัน ซึ่งเหลือระยะเวลาอีกประมาณ 100 วันข้างหน้านั้น การตั้งเป้าหมายเปิดประเทศก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพื่อที่จะทำให้เศรษฐกิจสามารถเดินหน้าไปได้ ทำให้คนมีความหวัง แต่สถานการณ์ปัจจุบันมันเปลี่ยนไปแล้ว จึงขอให้รัฐบาลเลื่อนเวลาการเปิดประเทศออกไปก่อน การเลื่อนไม่ใช่สิ่งที่น่าละอาย รัฐบาลต้องยอมรับความจริงให้ได้ก่อน บอกความจริงกับประชาชนว่าขณะนี้ประเทศกำลังเกิดอะไรขึ้น เพื่อให้ประชาชนร่วมมือร่วมใจกันฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านี้ไปให้ได้ด้วยกัน.
 

ข่าวล่าสุด