เนชั่นทีวี

ข่าว

"ศบค."เผย ไม่ล็อกดาวน์ แค่มาตรการเข้มข้น จำกัดการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัด

08 ก.ค. 2564 | tinakit_rat

"ศบค."เผย ไม่ล็อกดาวน์ แค่มาตรการเข้มข้น จำกัดการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัด

“ศบค.” ระบุ ไม่ได้มีคำว่า “ล็อกดาวน์” แจง เป็นมาตรการเข้มข้นขึ้น เตรียมหารือพรุ่งนี้ เบื้องต้น ห้ามเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัด ปรับระยะเวลาขนส่งสาธารณะ จำกัดเวลาเปิดปิดห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ตลาด เป็นต้น พร้อมเพิ่มจุดตรวจคัดกรองและฉีดวัคซีนให้แคมป์คนงาน

วันนี้ (8 ก.ค.64) แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 หรือ ศบค. เปิดเผยว่ากระทรวงสาธารณสุข มีการหารือด้วยความเป็นห่วง ถึงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มจำนวนขึ้น จึงได้นำเสนอปรับมาตรการ ทั้งด้านสาธารณสุข และสังคม นำเสนอศปก.ศบค. โดยมาตรการจะมีความเข้มข้นมากขึ้น หลักการจะมีการจำกัดการเดินทางออกนอกพื้นที่โดยเฉพาะห้ามการเคลื่อนย้ายระหว่างจังหวัด โดยที่ประชุมมีการหารือมหาดไทย กลาโหม ศปม. ซึ่งจะมีการตั้งจุดตรวจเพื่อลดการเคลื่อนย้าย

 

ด้านการขนส่ง จะต้องมีการปรับเวลาการให้บริการขนส่งทางสาธารณะให้สอดคล้องกับมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ โดยที่ประชุมมีความเป็นห่วงการกำหนดเวลาต่างๆ ต้องคำนึงถึงความจำเป็น เช่น ด้านการขนส่งอาหาร เครื่องมือุปกรณ์ช่าง หากมีการจำกัดเวลาแล้วเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น ประชาชนยังคงต้องได้รับความปลอดภัยด้วย ต้องเน้นย้ำว่าเป็นมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขหารือและนำเสนอ ศปก.ศบค.ในวันนี้ ส่วนเรื่องการเวิร์คฟอร์มโฮมให้สูงสุด โดยให้ประชาชนให้ความร่วมมือ เปิด ปิดกิจการเพื่อลดการเคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่ โดยสถานที่ที่มีการพูดถึงจะมีลักษณะทั้งห้างสรรพสินค้า กิจการประเภทเดียวกัน ร้านสะดวกซื้อ, ตลาด, ร้านข้าวต้มรอบดึก ซึ่งจะมีการหารือเวลาเปิดปิดกิจการ เพื่อที่จะลดการเดินทางของประชาชน โดยจะเสนอศบค.ชุดใหญ่ในวันพรุ่งนี้(9 ก.ค.64) เวลา 10.00 น. ดังนั้นขอให้ติดตามรายละเอียดในวันพรุ่งนี้

 

โดยแพทย์หญิงอภิสมัย ย้ำว่า “ไม่ได้มีคำว่าล็อกดาวน์ สิ่งที่สาธารณสุขเสนอวันนี้เป็นเรื่องของการปรับมาตรการ” โดยจะมีรายละเอียดว่ากิจการหรือกิจกรรมได้มีการปรับระยะเวลาเป็นอย่างไร รวมถึงพื้นที่ไหนจังหวัดไหน ยังไม่ได้มีการสรุป ซึ่งเป็นข้อสรุปที่ต้องนำเสนอที่ประชุมชุดใหญ่เพื่อพิจารณาและอนุมัติในวันพรุ่งนี้ ซึ่งอาจจะมีข้อจำกัดความติดขัด ประชาชนหลายส่วนเกิดความไม่สะดวก จึงต้องขออภัยประชาชน นอกจากนี้ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน มีความอดทนในวันนี้ในที่สุดจะชนะไปด้วยกัน”

 

สำหรับรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส โควิด -19 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม 2564 ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 64 ของโลก มีผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่จำนวน 7,058 ราย ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 308,230 ราย เสียชีวิต 75 คน เสียชีวิตสะสม 2,368 คน  รักษาตัวอยู่ 69,619 ราย แบ่งเป็นโรงพยาบาล 35,640 ราย โรงพยาบาลสนาม 33,979 ราย  อาการหนัก 2,564 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 698 ราย ฉีดวัคซีนสะสมแล้ว 11,619,618 โดส โดยเข็มที่ 1 เพิ่มขึ้น 248,933 ราย สะสม 8,494,230 ราย ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 เพิ่ม 426,242 รายสะสม 3,125 ,388 ราย

โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 75 คน อายุระหว่าง 33 - 94 ปีเป็นชาย 39 คนหญิง 36 คน แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 38 ราย สมุทรปราการ 9 ราย นราธิวาส ปทุมธานี จังหวัดละ 4 ราย นครปฐม ยะลา จังหวัดละ 3 ราย  ชัยภูมิ สงขลา อุทัยธานี จังหวัดละ 2 ราย ฉะเชิงเทรา สระบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ ปัตตานี สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 1 ราย

 

ขณะที่รายงานการติดเชื้อ 10 จังหวัดสูงสุดประกอบด้วย กรุงเทพฯ 2,212 ราย สมุทรปราการ 565 ราย  สมุทรสาคร 517 ราย ชลบุรี 290 ราย  ปทุมธานี 229 ราย สงขลา 213 ราย นนทบุรี 180 ราย  ปัตตานี 175 ราย ประจวบคีรีขันธ์ 150  ราย และยะลา 146 ราย

 

แพทย์หญิงอภิสมัย กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนไปรอการตรวจคัดกรองจำนวนมาก ซึ่งศปก.ศบค.ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยมีการหารือถือเป็นมาตรการเร่งด่วน โดยจะมีการเร่งเปิดจุดตรวจหาเชื้อให้ประชาชนเข้าถึงให้มากที่สุด วันจันทร์ที่จะถึงนี้จะมีรถตรวจพระราชทานตรวจประจำที่สนามกีฬาธูปะเตมีย์ และสนามกีฬาหัวหมาก ส่วนวันนี้มีการหารือเรื่องการเพิ่มจุดตรวจกองทุนประกันสังคมตามมาตรา 33 โดยพลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. หารือร่วมกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยมีความเห็นชอบให้เปิดจุดตรวจประกันสังคมที่ศูนย์กีฬาเวสน์ ซึ่งจะเปิดในวันพรุ่งนี้ หากพบว่ามีการติดเชื้อจะนำเข้าสู่กระบวนการรักษา แต่หากไม่มีการติดเชื้อก็จะมีการจัดสรรให้มีการฉีดวัคซีนให้มากขึ้น นอกจากการตรวจหาเชื้อในระบบในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลให้มากขึ้น จะมีการตรวจมาตรฐานคือการคัดกรองเชิงรุกหรือ Active Case finding

 

นอกจากนี้ในที่ประชุมจะมีการหารือกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทบทวนตรวจสอบมาตรฐานจากแหล่งที่มีการจดทะเบียนผ่านมาตรฐานกรมวิทยาศาสตร์ฯ จะเปิดให้ประชาชนเข้าไปตรวจ เพื่อช่วยระดมตรวจให้มากขึ้น การค้นเจอผู้ป่วยก็จะมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นในระยะนี้

 

ขณะที่กรุงเทพฯ มีคลัสเตอร์ทั้งสิ้น 121 คลัสเตอร์ โดยที่ประชุมมีการกำชับว่าจะมีการเร่งรัดจัดตั้งระบบ Home Isolation หรือ การแยกกักตัวอยู่ที่บ้าน ซึ่งเป็นการดำเนินการโดยศูนย์บริการสาธารณสุขหรือสำนักงานเขตกทม.เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งมี 69 แห่งรอบกรุงเทพฯร่วมกับคลินิกอบอุ่น 201 แห่ง รวม 270 จุด ทั้งนี้คนที่ดูแลที่บ้านจะต้องมีความปลอดภัย และมีข้อจำกัด เช่น บางรายเป็นกลุ่มสุขภาพสีเขียว ซึ่งจะมีการดูแลอาการที่บ้านและจ่ายยา ให้เหมาะสม ซึ่งการกักตัวที่บ้านจะมีการเร่งรัด ภายใน 1-2 วัน จะมีการเข้าระบบนี้อย่างจริงจัง ซึ่งขณะนี้มีบ้างแล้วแต่ยังอยู่ในสัดส่วนที่น้อย

 

นอกจากนี้จะมีการเร่งรัดการจัดตั้งศูนย์พักคอยและส่งต่อหรือโรงพยาบาลสนามในชุมชน ซึ่งต้องทำความเข้าใจกับประชาชน มาตรฐานที่เคยจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม บางจุดต้องใช้เวลา บางที่เป็นสถานที่ใหญ่เกิน 100 เตียง ขณะนี้

นายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา และนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. เปรียบสถานการณ์ปัจจุบันเหมือนภาวะสงคราม บางครั้งจะให้มีความเรียบร้อยสมบูรณ์ทุกอย่างไม่ได้ แต่ต้องอยู่ในมาตรฐานที่ยอมรับได้ โดยยึดความปลอดภัยของผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อเป็นหลัก และต้องเข้าสู่ระบบเร็วที่สุด รวมถึงได้รับการประเมินและดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์ ในส่วนการดูแลแยกกักที่บ้านและแยกกักชุมชน จะใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการสีขาวหรือสีเขียวอ่อน ส่วนสีเขียวเข้ม อาจจะต้องเข้าสู่โรงพยาบาลสนาม ขณะที่ผู้ป่วยอาการสีเหลืองอ่อนจะต้องเข้าสู่ระบบ ไอซียูสนาม ซึ่งอยู่ภายในมณฑลทหารบกที่ 11 โรงพยาบาลราชพิพัฒน์และโรงพยาบาลบางขุนเทียน วันที่ 10 กรกฎาคม จะมีการเปิดขยายให้เพิ่มขึ้นแน่นอน ทั้งนี้มีการระดมเพิ่มเติมเพื่อรองรับประชาชน ที่จะมีการตรวจหาเชื้อ เพื่อจะได้รับการจัดส่งและดูแลโดยที่สุด

 

แพทย์หญิงอภิสมัย กล่าวต่อ ขณะนี้มีการหารือเรื่องการฉีดวัคซีนโดยเน้นไปที่แคมป์คนงานก่อสร้าง ที่ตอนนี้กำลังปิดอยู่ ซึ่งหากมีมาตรการลดการติดเชื้อได้ ก็จะมีการพิจารณาผ่อนคลายมาตรการ แต่ก่อนจะถึงตอนนั้นต้องมีการระดมฉีดวัคซีนให้กับแรงงานก่อน โดยเฉพาะศปก.ศบค.มีการประสานขอ สนับสนุนวัคซีนเพิ่มเติม ให้กับพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยที่ประชุม eoc เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานายแพทย์เกียรติ ภูมิวงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รับปากว่าวัคซีนที่จะเข้ามาจะมีการจัดสรร ให้กับกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อลดการแพร่ระบาดโดยเร็ว นอกจากนี้ที่ประชุม ยังมีการหารือถึงขีดความสามารถในการฉีดวัคซีนให้เพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน เช่น หากวัคซีนมา 10,000 โดส ฉีด 5 วันได้ 50,000 คน ก็จะเพิ่มศักยภาพ หากวัคซีนเพิ่ม 50,000 โดส ก็จะต้องฉีดให้หมดโดยเร็วใน 1-2 วัน

 

ขณะที่มีผู้ป่วยจากกรุงเทพฯและปริมณฑลเดินทางข้ามจังหวัด ขณะนี้ทุกจังหวัดมีรายงานผู้ติดเชื้อ โดยศบค.กังวลเรื่องกลุ่มผู้ป่วยที่มีการเดินทางข้ามจังหวัดและมีการติดเชื้อในภาคเหนือ 12 จังหวัด 276 ราย ภาคกลางและตะวันออก 17 จังหวัด 204 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด 841 ราย ภาคใต้ 5 จังหวัด 44 ราย ซึ่งผู้ที่เดินทางข้ามจังหวัดบางส่วนเดินทางไปในพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นสีเหลือง ที่สามารถไปร้านอาหาร สังสรรค์ พบปะเพื่อนฝูง และอาจมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น จังหวัดในภาคอีสานที่มีผู้ติดเชื้อกว่า 800 ราย ซึ่งสามารถตอบคำถามได้ด้วยตนเอง ว่าตัวเลขเหล่านี้หากผู้เดินทาง 10-20 ราย หากสามารถควบคุมแยกกักในพื้นที่เหมาะสม จะไม่เห็นตัวเลขที่กระจายไปยังชุมชน ครอบครัวและเพื่อนใกล้ชิด

ข่าวล่าสุด