เนชั่นทีวี

ข่าว

ศบค. ขอคนไข้ปกติชะลอแอดมิท เผย ตั้ง Community Isolation เพิ่มอีก 20 แห่ง

05 ก.ค. 2564 | tinakit_rat

ศบค. ขอคนไข้ปกติชะลอแอดมิท เผย  ตั้ง Community Isolation เพิ่มอีก 20 แห่ง

ศบค. เผย กทม. สั่งตั้ง Community Isolation ยึดโมเดลคลองเตย เพิ่มอีก 20 แห่งใน 1-2 วันนี้ พร้อมเตรียมปรับวอร์ดในรพ. รับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง ขอคนไข้ที่ไม่ได้ติดโควิดเลื่อนการแอดมิทออกไปก่อน

วันนี้ (5 ก.ค.64) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานการติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ 5 กรกฎาคม ว่า ประเทศไทยอยู่ลำดับที่ 65 ของโลก ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,166 ราย ติดเชื้อในประเทศ 6,070 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 12 ราย จากเรือนจำที่ต้องขัง 84 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 260,370 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 289,233 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 2,534 ราย หายป่วยสะสม 196,011 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 50 ราย เสียชีวิตสะสม 2,182 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 63,520 รายในโรงพยาบาล 32,060 ราย โรงพยาบาลสนาม 31,489 ราย อาการหนัก 2,199  ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 603 ราย ผู้ได้รับวัคซีนฉีดแล้ว 10,777,748 โดส ได้รับวัคซีนเข็มที่หนึ่งเพิ่มขึ้น 83,504 ราย สะสมรวม 7,804,654 ราย ได้รับวัคซีนเข็มที่สองเพิ่มขึ้น 23,347 ราย สะสมแล้ว 2,973,094 ราย

 

ผู้เสียชีวิตจำนวน 50 ราย เป็นเพศชาย 34 ราย เพศหญิง 16 ราย อายุเฉลี่ย 28- 91 ปี ค่ากลางระยะเวลาที่ทราบผลติดเชื้อจนเสียชีวิต 9 วัน นานสุด 60 วัน แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร 17 ราย นนทบุรี 9 ราย สมุทรปราการ 6 ราย ฉะเชิงเทรา 3 ราย นครปฐม นราธิวาส ปัตตานี สงขลา สมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย จันทบุรี นครนายก นครสวรรค์ ระยอง สุพรรณบุรีจังหวัดละ 1 ราย ทั้งนี้แนวโน้มการเสียชีวิตในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ขณะที่การเสียชีวิตในต่างจังหวัด แนวโน้มจาก 48 % ขึ้นมาที่ 63 % ซึ่งเพิ่มขึ้นในช่วงการปรับเปลี่ยนมาตรการ ขณะที่ที่ประชุมศูนย์บูรณาการ โควิด-19 กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้รับรายงานการวิเคราะห์ผู้เสียชีวิตในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจำนวน 1,069 ราย พบว่าตัวเลขอายุ 61- 70 ปี เสียชีวิตมาก เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง ขณะที่อายุ 70-80 ปี เสียชีวิตรองลงมา เป็นชายมากกว่าหญิง 56 ต่อ 43 มีโรคประจำตัว 81.77 % โดยส่วนใหญ่เป็นโรคความดัน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง

 

ขณะที่ 10 ลำดับเขตที่พบผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตสะสมสูงสุด คือ เขตจตุจักร จำนวนผู้ป่วยเสียชีวิต 52 ราย คลองเตย 52 ราย จอมทอง 37 ราย ดินแดง 32 ราย คลองสามวา 30 ราย ธนบุรี 30 รายป้อมปราบศัตรูพ่าย 29  ราย บางกะปิ 28 รายลาดพร้าว 27 รายและบางเขน 27 ราย

 

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ 12 ราย ยังพบมีการลักลอบเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยจากเมียนมา 2 ราย 1 ราย อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค เป็นเพศหญิง สัญชาติไทย พบผลติดเชื้อไม่มีอาการเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน เข้าพัก/รพ.  LQ ตาก/โรงพยาบาลแม่สอด และอีก1 ราย พบเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ วันที่ 2 กรกฎาคม เป็นเพศชาย อายุ 28 ปี สัญชาติไทย อาชีพธุรกิจออนไลน์ พบติดเชื้อไม่มีอาการ 2 กรกฎาคม รักษาที่โรงพยาบาลแม่สอด ขณะที่กัมพูชา เดินทางเข้าประเทศ 10 ราย พบเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ 3 กรกฎาคม เพศชาย 3 ราย อายุระหว่าง 26- 33 ปี เพศหญิง 4 ราย อายุระหว่าง 20- 31 ปี สัญชาติไทย 7 ราย อาชีพไม่ระบุ พบผลติดเชื้อมีอาการ 1 ราย ไม่มีอาการ 6 รายตรวจวันที่ 3 กรกฎาคม เข้าพัก/รพ.  LQ จันทบุรี/โรงพยาบาลพระปกเกล้า

สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศรายใหม่ประจำวันที่ 5 กรกฎาคมจำนวน 10 อันดับแรก พบว่า กรุงเทพมหานคร 1,729 ราย สมุทรปราการ 411 ราย สมุทรสาคร 389 ราย ปทุมธานี 352 ราย สงขลา 318 ราย ชลบุรี 279 ราย นนทบุรี 270 ราย พระนครศรีอยุธยา 212ราย นครปฐม 143 รายและปัตตานี 133 ราย

 

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อมีการสั่งปิดแคมป์คนงานจะเห็นการเคลื่อนย้ายแรงงานตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน ผู้ติดเชื้อเดินทางกลับจากปริมณฑลไปต่างจังหวัด กระจายตัวส่วนใหญ่อยู่ภาคอีสาน ในส่วนของกรุงเทพมหานคร ยังคงมี 117 คลัสเตอร์ กระจาย 46 เขต ขณะที่การระบาดที่พบในจังหวัดที่มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น คลัสเตอร์ใหม่ พบว่า จังหวัดสมุทรสาคร เมืองสมุทรสาคร โรงงานอาหารกระป๋องพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13 ราย  เมืองสมุทรสาครโรงงานอาหารกระป๋อง พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14 รายและ พื้นที่อ้อมน้อย โรงงานเสื้อผ้า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 53 ราย จังหวัดชลบุรี พื้นที่ศรีราชา บริษัทโลจิสติกส์ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 12 ราย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พื้นที่วังน้อย ตลาดใหญ่วังน้อย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 181 ราย จังหวัดตาก พื้นที่แม่สอด โรงงานเสื้อผ้า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 33 ราย จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่เมืองฉะเชิงเทรา แคมป์ก่อสร้างพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 18 ราย

 

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า การประชุม EOC และที่ประชุมศปก.ศบค. ได้พูดถึงความห่วงใยกรณีผู้ป่วยจำนวนมาก ที่มีความต้องการเตียงแต่ยังไม่เพียงพอนั้น ได้รับทราบมาตรการ ที่ต้องการปรับสีเตียง สีเหลืองและสีแดง ให้ใช้อยู่กับโรงพยาบาลที่ได้รับเป็นส่วนใหญ่ สีเขียวต้องกลับสู่การแยกกักที่บ้าน (Home Isolation) และการแยกกักในชุมชน (Community Isolation)ซึ่งทางผู้ว่าฯกทม.ได้มีการสั่งการสร้างพื้นที่ Community Isolation เดิมเคยทำที่วัดแห่งหนึ่งในเขตคลองเตย ซึ่งจะใช้โมเดลนี้ดำเนินการในอีก 20 แห่ง ใน 1-2 วันนี้ ทั้งนี้มีคำถามว่าการเพิ่มสีในระดับสีแดง หรือ ICU ซึ่งจะต้องใช้เวลาพอสมควร เราจึงจะมีการปรับวอร์ดในโรงพยาบาล ซึ่งคนไข้ที่ไม่ได้เป็นโควิด-19 หากรอได้ขอให้รอไปก่อนอย่าพึ่งแอดมิดในขณะนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะมีการติดเชื้อ โดยจะนำผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ในระดับสีเหลืองเข้าไป

 

เมื่อถามว่าพบผู้ติดเชื้อ ซึ่งเป็นคนไทยจากพื้นที่เดินทางเข้าไปในจังหวัดภูเก็ตและพบในหลายจุด กรณีดังกล่าวนี้จะมีผลต่อการพิจารณาเดินหน้าโครงการหรือไม่ นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา ผอ.ศปก.ศบค. ได้ วิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ กับทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รวมถึงคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ซึ่งได้รับรายงานที่มีการติดเชื้อ วันที่ 1 กรกฎาคม พบผู้ติดเชื้อ 4 ราย วันที่ 2 กรกฎาคม 7 ราย วันที่ 3 กรกฎาคม 2 ราย และวันที่ 4 กรกฎาคม 2 ราย ซึ่งตัวเลขที่เกิดขึ้นไม่ได้สูง ทั้งนี้กรณีที่เปิดให้คนต่างชาติและคนไทยเข้าไปในภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 4 วัน เป็นคนต่างชาติ 1,416 ราย คนไทยที่กลับจากต่างประเทศ 477 รายรวมแล้ว 1,893 ราย ตรวจไม่พบติดเชื้อ 1,764 ราย รอผล 129 ราย จำนวนเที่ยวบินเข้ามา 20 เที่ยวบิน

 

ส่วนมาตรการดูแล ถ้ามาจากต่างประเทศ จะมีระบบดูแลอยู่แล้ว แต่คนไทยที่จะเข้าไปในจังหวัดภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อได้ออกข้อกำหนดออกมาเหมือนกัน และฝากขออภัยในความไม่สะดวกกับคนไทย ที่ต้องการจะเดินเข้าไปในจังหวัดภูเก็ตในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อต้องการทดสอบระบบการป้องกัน  ทั้งนี้มีการแจ้งว่า มีคนขับยานพาหนะเข้าไปจำนวน 1,756 คัน ไม่สามารถผ่านเข้าได้ และสามารถผ่านเข้าไปได้ 23,924 คัน ในส่วนผู้เดินทางผ่านเข้าไปในจังหวัดภูเก็ต 41,524 ราย ไม่ผ่าน 2,889 ราย รวมเข้าด่านตรวจ 44,413 ราย ขณะที่พบมียอดนักท่องเที่ยวจองที่พัก SHA+ ทั้งเดือนกรกฎาคมจำนวน 7,347 ราย  (90,861 Room Night) ในจำนวนนี้พบว่าเข้าพักที่ตำบลป่าตอง มากที่สุด 2,787 คิดเป็นร้อยละ 37.93 ของผู้เข้าพักทั้งหมด รองลงมาเป็นพื้นที่ตำบลเชิงทะเล 1,193 คน และพื้นที่ตำบลกะรน 896 คน

 

 เมื่อถามว่าจะมีการปรับเปลี่ยนมาตรการ รองรับผู้ป่วยที่ติดต่อเข้ารับการรักษาอย่างไร เพราะมีผู้ป่วยสูงอายุเสียชีวิตในระหว่างที่รอเตียง รอการรักษา นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า ที่มีการป่วยกันมาก เนื่องจากสายพันธุ์เดลต้า หรือสายพันธุ์อินเดีย ทั้งนี้ภาระการดูแลผู้ติดเชื้อ 1 ราย ต้องใช้เวลาถึง 14 วัน ทำให้ต้องมีการใช้พื้นที่เตียง ดังนั้นการคิดในหลักการเดิมๆ นำมาใช้ในหลักหลายพันคน ต่อไปต้องมีการปรับเปลี่ยน จึงได้เห็นโรงพยาบาลจะสำรองเตรียมไว้สำหรับผู้ป่วยสีแดงและสีเหลืองเท่านั้น และต้องมีพื้นที่ของผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจแล้วต้องไปอยู่ในโรงพยาบาลสนาม หรือการแยกกักตัวที่บ้านและชุมชน ซึ่งมาตรการนี้เป็นการยกระดับทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงต่างจังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ในส่วนของวัคซีน พบว่ามีการลดการเสียชีวิต ดังนั้นเราจะนำคนที่สูงอายุ และผู้ที่เป็น 7 กลุ่มโรค  ให้ได้รับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว

ข่าวล่าสุด