“ก้าวไกล” จี้ นายกฯ เปิดสัญญาจัดซื้อวัคซีนทั้งหมด หลังแอสตร้าเซนเนก้าไม่สามารถส่งมอบได้เดือนละ 10 ล้านโดส แนะจัดหาวัคซีน mRNA แทนซิโนแวค รับมือสายพันธุ์เดลต้าและเชื้อกลายพันธุ์

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

วันนี้ (4 ก.ค.64) ที่พรรคก้าวไกล นายวิโรจน์  ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล  กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ว่า มีประชาชนนอนรอเตียงเป็นจำนวนมาก  แต่การบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาลกลับเป็นไปอย่างล่าช้า  และล่าสุดผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ได้ออกมายอมรับแล้วว่าไม่สามารถส่งมอบวัคซีนได้เดือนละ 10 ล้านโดส โดยระบุว่าสัญญาจัดซื้อไม่ได้ระบุจำนวน กำหนดกรอบคร่าวๆ ไว้ที่ 61 ล้านโดสต่อปีเท่านั้น ถ้าหากเป็นจริงถือว่าเป็นความหละหลวมในการทำสัญญา

 

รัฐบาลต้องเปิดเผยสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยกับแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติงบกลางปี 63 จำนวน 600 ล้านบาท สนับสนุนให้กับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด เพื่อให้ประเทศไทยได้รับสิทธิในการซื้อวัคซีนที่ผลิตโดยผู้ผลิตในไทยเป็นอันดับแรกตามจำนวนความต้องการ  ว่ามีเงื่อนไขนี้หรือไม่ ถ้าไม่มีก็เท่ากับว่ารัฐบาลเอาเงินภาษีของประชาชน ไปอุดหนุนเอกชน โดยไม่ได้ทำตามเงื่อนไขที่ได้แจ้งให้ประชาชนทราบ หากไม่สามารถชี้แจงได้ ก็อาจเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง และเหตุใดรัฐบาลจึงยังจัดซื้อวัคซีนซิโนแวคอีก 28 ร้านโดส ทั้งที่ประสิทธิภาพไม่สามารถรับมือกับโควิดสายพันธุ์เดลต้าได้ ขณะที่ราคาก็สูงกว่ายี่ห้ออื่น และซื้อแพงกว่าประเทศอินโดนิเซีย เกือบ 100 บาท ต่อโดส ดังนั้นจึงเรียกร้อง ให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงด้านวัคซีน พ.ศ. 2561 ในการบังคับให้ แอสตร้าเซนเนก้า ส่งมอบวัคซีนให้เป็นไปตามแผนการส่งมอบเดือนละ 10 ล้านโดส

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ควรยุติการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค โดยให้รัฐบาลปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ และสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ในการจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลต่อเชื้อสายพันธุ์เดลต้า และเชื้อกลายพันธุ์ต่างๆ เช่น วัคซีนชนิด mRNA และวัคซีนชนิด Viral Vector มาแทนวัคซีนซิโนแวค จนกว่าจะมีผลการศึกษาวิจัยที่ตีพิมพ์อย่างเป็นทางการ ที่ยืนยันในประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของวัคซีนซิโนแวคต่อเชื้อสายพันธุ์เดลต้า และเชื้อกลายพันธุ์ต่างๆ พร้อมเปิดเผยสัญญา และเงื่อนไขข้อตกลงการสั่งซื้อวัคซีน ที่รัฐบาลได้ทำไว้กับ แอสตร้าเซนเนก้าและ ซิโนแวค ตลอดจนมติ ครม. ที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาวัคซีนทั้งหมด อย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมตรวจสอบ

 

ทั้งนี้เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ของระบบสาธารณสุข และการดูแลชีวิตของประชาชน นายวิโรจน์ ย้ำว่า มาตรการการกักตัวรักษาตนเองที่บ้าน หรือ Home Isolation ต้องมีระบบการแพทย์ทางไกล ที่มีการติดตามอาการ แพทย์สามารถสั่งจ่ายยา และมีระบบในการจัดส่งยาให้กับผู้ป่วยถึงบ้าน มีระบบติดต่อฉุกเฉิน เพื่อรับผู้ป่วยที่อาการหนักขึ้นมารักษาตัวที่โรงพยาบาล และมีระบบจัดส่งอาหารให้กับผู้ป่วยตลอดระยะเวลาที่กักตัวรักษาตนเองที่บ้าน อนุญาตให้ผู้ป่วยที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลที่ยังไม่ครบระยะเวลา 14 วัน แต่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเบาบาง ในกรณีที่เข้าเงื่อนไขที่สามารถกักตัวรักษาตนเองได้ ให้กักตัวรักษาตนเอง เพื่อจัดสรรเตียงให้กับผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง และอาการหนัก และถ้ารัฐบาลใช้มาตรการกึ่งล็อกดาวน์ ต้องมีการตรวจเชิงรุกควบคู่การเยียวยา ซึ่งสถานการณ์วันนี้หนักกว่าทุกรอบ  ประชาชนจึงควรได้รับเงินชดเชยไม่ต่ำกว่าเดือนละ 5,000 บาท รวมทั้งชดเชยความเสียหายให้กับผู้ประกอบกิจการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ทั้งการยกเว้นค่าน้ำ ค่าไฟ และชดเชยค่าเช่าสถานที่ โดยให้จ่ายชดเชยตามจริง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดหลักเกณฑ์ในการล็อกดาวน์ และผ่อนคลาย โดยคำนึงถึงสถานการณ์การติดเชื้อ และขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขในแต่ละพื้นที่ แบบเป็นขั้นบันได เพื่อให้ประชาชนได้วางแผนรับมือด้วยตนเองส่วนหนึ่งได้ และมีส่วนร่วมกับรัฐบาลในการคลี่คลาย และบรรเทาสถานการณ์การแพร่ระบาดด้วย