ตำรวจภูธรภาค4 จับกุม 3 นักค้ายาเสพติดรายสำคัญ พร้อมของกลางเฮโรอีน 140 กิโลกรัม และ ไอซ์ 300 กิโลกรัม ขณะเตรียมส่งมอบให้กับขบวนการในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ด้าน ผบช.ภาค4 สั่งกำชับเฝ้าระวัง 5 จังหวัดชายแดนอีสาน หลังพบนักค้ายาหันมาใช้พื้นที่ภาคอีสานเป็นทางผ่านมากขึ้น

30 มิถุนายน 2564 เวลา 14.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค4 พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.สมศักดิ์ คงไพบูลย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ นายภิญโญ โฆษิต ผอ.ปปส.ภาค4 และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันแถลงผลการจับกุม 3 ผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ของภาคอีสานตอนบน ประกอบด้วย นายพายุ นบน้อม อายุ 29 ปี ชาว ต.หนองอียอ อ.สนม จ.สุรินทร์ นายอดิศักดิ์ เขียวขา อายุ 34 ปี ชาว ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ น.ส.มะลิดา ณ หนองคาย อายุ 23 ปี ชาว ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมของกลาง เฮโรอีนอัดแท่ง จำนวน 400 แท่ง น้ำหนักรวม 140 กิโลกรัม ยาไอซ์ 300 ห่อ น้ำหนักรวม 300 กิโลกรัม รถกระบะยี่ห้อ โตโยต้า วีโว่ แคป สีบรอนเงิน ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ผต 1498 อุดรธานี ตรวจสอบพบว่าเป็นรถสวมทะเบียน ทะเบียนจริง คือ บล 4429 สระบุรี และรถเก๋ง ยี่ห้อนิสสัน อัลเมร่า สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน ขท 8550 ชลบุรี หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนหมายเลข 212 ในหมู่บ้านดงบัง หมู่ 5 ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 มิ.ย.2564 ที่ผ่านมา

ตำรวจภาค4 รวบนักค้ายาบ้ารายสำคัญ ใช้ภาคอีสานเป็นทางผ่าน



พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 มิ.ย.2564 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เหล่าหลวง จ.บึงกาฬ ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดของขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ จ.บึงกาฬ จึงได้ประสานตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ วางแผนร่วมกับตำรวจภูธรภาค 4 เข้าตรวจสอบจับกุมทันที ต่อมาเมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 28 มิ.ย.2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ซุ่มอยู่บริเวณริมถนนหมายเลข 2026 ในพื้นที่ หมู่บ้านดงบัง หมู่ 5 ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ต่อมาพบรถยนต์กระบะต้องสงสัยดังกล่าวจอดอยู่ริมถนน และไม่มีคนอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการดักซุ่มดูความเคลื่อนไหว กระทั่งเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน มีรถยนต์เก๋งนิสสัน อัลเมร่า สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน ขท 8550 ชลบุรี มาจอดในจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจดักซุ่มอยู่ ก่อนจะพบนายพายุ นบน้อย อายุ 29 ปี ชาว จ.สุรินทร์ ลงจากรถเก๋งแล้วเดินไปเปิดประตูรถกระบะ ก่อนจะพยายามสตาร์ทรถ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มอยู่ในบริเวณดังกล่าวจึงได้ออกมาแสดงตัวขอตรวจสอบตามขั้นตอน 

ตำรวจภาค4 รวบนักค้ายาบ้ารายสำคัญ ใช้ภาคอีสานเป็นทางผ่าน



โดยคนขับรถเก๋งที่มาจอดเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจค้นรถกระบะก็รีบขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับรถติดตามไปทันทีและสามารถจับกุมได้ทันควัน ในรถพบนายอดิศักดิ์ เขียวขา อายุ 34 ปี ชาว ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ น.ส.มะลิดา ณ หนองคาย อายุ 23 ปี ชาว ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงควบคุมตัวมาที่จุดที่รถกระบะจอดอยู่และร่วมกันตรวจค้นภายในรถกระบะเจอของกลางดังกล่าวทั้งหมด ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เหล่าหลวงดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน,ไอซ์ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

ตำรวจภาค4 รวบนักค้ายาบ้ารายสำคัญ ใช้ภาคอีสานเป็นทางผ่าน



พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค4 เปิดเผยอีกว่า จากการสืบสวนสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พบว่า เป็นผู้ต้องหารายสำคัญของภาคอีสาน ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ของ ปปส.ภาค 4 เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า ยาเสพติดดังกล่าวได้รับการว่าจ้างให้ลำเลียงมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อส่งไปยังประเทศที่ 3 โดยใช้เส้นทางภาคอีสานมุ่งหน้าลงภาคใต้ ซึ่งในสมัยก่อนขบวนการยาเสพติดจะเลือกใช้เส้นทางโซนภาคเหนือเป็นทางผ่านในการส่งยาเสพติดเข้ามาในไทยก่อนส่งไปยังปลายทาง แต่ปัจจุบันพบว่า การขนส่งยาเสพติดมีแนวโน้มมาทางภาคอีสานเพื่อเป็นทางผ่านมากขึ้น ซึ่งตำรวจภูธรภาค4 ได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรึงกำลังในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดน รวมทั้งการตั้งด่านตรวจในเส้นหลักและเส้นทางสายรองที่คาดว่าขบวนการค้ายาเสพติดจะใช้เป็นเส้นทางในการขนย้ายยาเสพติด

ตำรวจภาค4 รวบนักค้ายาบ้ารายสำคัญ ใช้ภาคอีสานเป็นทางผ่าน


ตำรวจภาค4 รวบนักค้ายาบ้ารายสำคัญ ใช้ภาคอีสานเป็นทางผ่าน