"เลขาสมช." ขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านอาหาร หลังผุดแคมเปญ #กูจะเปิดมึงจะทำไม หวั่นแพร่เชื้อ พร้อมขอความร่วมมือ ระบุ สถานการณ์เช่นนี้ถ้าใช้กม.จะเกิดความตึงเครียดมากขึ้น

วานนี้ (29 มิ.ย.)ในโลกออนไลน์ ผู้ประกอบการร้านอาหาร แสดงอารยะขัดขืน! ผุดแคมเปญ #กูจะเปิดมึงจะทำไม ต่อต้านมาตรการห้ามนั่งกินที่ร้าน จากกรณีราชกิจจานุเบกษา ได้ออกประกาศล็อกดาวน์กรุงเทพและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ปิดไม่ให้นั่งทานอาหารในร้าน ทั้งที่เพิ่งได้ขยายเวลาเปิดร้านอาหารถึงเวลา 23.00 น. ได้เพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น

ล่าสุดวันนี้ (30 มิ.ย.64) ที่ทำเนียบรัฐบาล พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีที่ผู้ประกอบการร้านอาหารแสดงอารยะขัดขืนเปิดแคมเปญ #กูจะเปิดแล้วมึงจะทำไม ว่า รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งขอความร่วมมือ หากทำเช่นนั้นมีโอกาสเสี่ยงสูงทั้งผู้ที่เข้าไปใช้บริการ ผู้ประกอบการ และตัวพนักงานเอง ย้ำว่า ขณะนี้ต้องขอความร่วมมือ หากกลุ่มผู้ประกอบการเดินหน้าแคมเปญนี้เราก็ยังจะขอความร่วมมือต่อไป คู่กับการดำเนินการทางกฎหมาย

"ในสถานการณ์เช่นนี้หากใช้มาตราการทางกฎหมายในทันทีจะทำให้เกิดความตึงเครียดมากขึ้น ซึ่งเบื้องต้นต้องไปทำความเข้าใจว่าที่ผ่านมาจากการสอบสวนโรคพบว่า มาจากการรวมตัวกันรับประทานอาหารและติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ผู้ประกอบการได้เข้ามาหารือก็ไม่ได้ยื่นข้อเสนอเรื่องนี้ เพียงแต่ขอให้รัฐบาลเยียวยาดูแล ซึ่งยอมรับว่าในรอบนี้ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจหรือศบศ.เยียวยาอยู่เยอะพอสมควร" เลขาฯสมช. กล่าวและว่า

ส่วนกลุ่มนักดนตรี คนกลางคืน มองว่าถูกปิดมาตั้งแต่ระลอกแรกยังไม่ได้รับการเยียวยาเหมือนกับธุรกิจอื่นนั้น รอบนี้ก็ได้รับการดูแลตามมติคณะรัฐมนตรีวานนี้(29 มิ.ย.) แต่อาจจะไม่ได้เท่ากับที่ขอมา ก็ต้องขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการทำความเข้าใจในเรื่องนี้ว่าหากผู้ประกอบการแสดงอารยะขัดขืน อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อกันมากขึ้น ทำให้สังคมโดยรวมเดือดร้อนไปด้วย และขอความเห็นใจซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตามรัฐบาลและศบค.จะมีการประเมินสถานการณ์ในช่วง 15 วัน หากสถานการณ์คลี่คลายก็อาจจะมีการผ่อนคลาย