ในที่สุด "ฮัมบาลี" ผู้ก่อการร้ายชื่อกระฉ่อน เจ้าของฉายา "บิน ลาเดน แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ที่พลาดท่าถูกจับได้ในประเทศไทยเมื่อ 18 ปีก่อน เตรียมถูกนำตัวขึ้นศาลทหารครั้งแรกที่กวนตานาโม ส.ค. นี้

นายริดวน อิซามุดดิน ผู้ก่อการร้ายตัวฉกาจแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่โลกรู้จักในชื่อแฝงว่า "ฮัมบาลี" อยู่เบื้องหลังการวางระเบิดย่านสถานบันเทิงในเมืองกูตา บนเกาะบาหลี เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2545 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 202 คน ส่วนใหญ่เป็นออสเตรเลียและเหตุระเบิดโจมตีโรงแรม เจดับเบิ้ลยู แมร์ริออตต์ กับโรงแรมริทซ์ คาร์ลตัน ในกรุงจาการ์ตา เมื่อปี 2552 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 คน 
ฮัมบาลีวัย 57 ปี ซึ่งมีชื่อตามสูติบัตรว่า "เอ็นเซ็ป นูร์จามาน" กับพรรคพวกอีก 2 คน จะถูกนำขึ้นศาลทหารและเผชิญหน้ากับคณะกรรมการศาลทหารที่อ่าวกวนตานาโม ของคิวบา ในวันที่ 30 สิงหาคม หลังจากฮัมบาลี ซึ่งมีวัยประมาณ 57 ปี ถูกจับเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ปี 2546 หรือ 18 ปีก่อน ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย ภายใต้การปฏิการร่วมไทย-สหรัฐฯ ก่อนถูกส่งตัวไปที่อ่าวกวนตานาโม เมื่อเดือนกันยายน ปี 2546
เจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่อว่า เขาคือผู้วางยุทธศาสตร์การโจมตีเป้าหมายอ่อน (Soft Target) ให้แก่กลุ่มก่อการร้ายเจมาห์ อิสลามิยาห์ (JI) ที่เคยมีสายสัมพันธ์กับอัล กออิดะห์ ก่อนหันไปเข้ากับกลุ่มไอเอส ซึ่งการถูกจับที่ประเทศไทยได้ช่วยสกัดแผนการโจมตีโรงแรมหลายแห่งและการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่กรุงเทพฯ ในเดือนตุลาคม ปี 2546 และพบว่า เขาใช้หนังสือเดินทางปลอมของสเปนในการเข้าประเทศไทย ส่วนภรรยาถือหนังสือเดินทางมาเลเซีย
ฮัมบาลี ไม่เคยถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ รายงานของคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐฯ เมื่อปี 2557 ระบุว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนบอกกับฮัมบาลีว่า เขาจะไม่มีโอกาสขึ้นศาล เพราะไม่ต้องการให้โลกรู้ว่า พวกเขาทำอะไรกับฮัมบาลีบ้าง ซึ่งก็คือการทรมานสารพัดวิธีตามโปรแกรม "RDI" ที่รวมถึงการจับแขวนคอ
หลายประเทศต้องการตัวฮัมบาลี รวมทั้ง มาเลเซีย สิงคโปร์และฟิลิปปินส์ ฐานเกี่ยวข้องกับการวางแผนก่อการร้าย ส่วนเหตุระเบิดที่บาหลี เมื่อปี 2545 ได้เชื่อว่า เป็นการก่อการร้ายที่รุนแรงที่สุดบนแผ่นดินอินโดนีเซีย ตามด้วยเหตุระเบิดฆ่าตัวตายพร้อมกัน ที่ เจดับเบิ้ลยู แมร์ริออตต์ และ ริทซ์ คาร์ลตัน เมื่อปี 2552 และยังมีแผนการโจมตีอื่นๆ ที่พุ่งเป้าไปที่ชาวอเมริกันและผลประโยชน์ของชาวอเมริกัน รวมทั้งทหารสหรัฐฯและเรือรบสหรัฐฯในสิงคโปร์