"กรณ์" หัวหน้าพรรคกล้า ระบุต้องเร่งฉีดวัคซีนวันละ 5 แสนเข็ม หากฝันอยากเปิดประเทศใน 120 วัน แต่สถานการณ์ตอนนี้ริบหรี่มาก กังวลอาจต้องปิดประเทศยาวถึงกลางปีหน้า แซะนายกฯ ควรพูดความจริง

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กถึงสถานการณ์โควิดว่า ตอนนี้จำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการฉีดวัคซีน ต้องปรับการฉีดให้ได้วันละ 500,000 เข็ม จึงจะเข้าเป้าหมาย 100 ล้านเข็ม เมื่อถึงสิ้นปีนี้

แต่การฉีดวัคซีนในปัจจุบัย ขัดแย้งกับแนวคิดเปิดประเทศภายใน 120 วัน เพราะหมายความว่า ภายใน 4 เดือน ประชาชนต้องเข้าถึงวัคซีนได้แล้ว 70% ซึ่งหากยังฉีดกัน 250,000 เข็มต่อวัน ไม่มีทางทันแน่นอน

"ตอนนี้หมดเวลาการนำเสนอข่าวให้เข้าหู ว่าเป็นข่าวดีแล้ว แต่เป็นจังหวะที่ผู้นำต้องกล้าพูดความจริง เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐเร่งเตรียมตัว"

ตอนนี้ต้องยอมรับว่า ต้นตอการแพร่เชื้อส่วนใหญ่ เกิดจากกิจกรรมใต้ดิน และแคมป์คนงาน เป็นเรื่องที่ตักเตือนมาตลอด ฉะนั้น กทม.ต้องรีบจัดการเชิงรุกมากกว่าเดิม

"การประกาศมาตรการกึ่งล็อกดาวน์ล่าสุดนี้ สร้างความอึดอัดให้ประชาชนและผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่เขารู้สึกว่าไม่ยุติธรรม เพราะไม่ใช่ความผิดเขา ที่ระวังตัวกันมาตลอด และเป็นประกาศฉับพลัน ทำให้ตั้งตัวแทบไม่ติด"

ส่วนมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ รัฐบาลตั้งงบไว้ที่ 7,500 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นงบจากกองทุนประกันสังคม ที่มีผู้ประกันตนอยู่เกือบ 7 แสนคน ตามกฎหมายกำหนดให้พวกเขาได้รับสิทธิชดเชยรายได้ 50 เปอร์เซ็นต์ ชดเชยรายได้สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท รวมถึงการจัดสรรเงินจาก เงินกู้ พ.ร.ก.ห้าแสนล้าน เพิ่มเติมให้รายละ 2,000 บาท เป็นการจ่ายให้แค่ครั้งเดียวและเดือนเดียว

นอกจากนี้ รัฐจะเยียวยาให้ผู้ประกอบการเพิ่มเติมตามรายหัวลูกจ้าง คำนวณตามสูตรลูกจ้างจะได้รับเยียวยา 3,000 บาท เพดานสูงสุดไม่เกิน 200 คน หรือไม่เกิน 600,000 บาทต่อกิจการ ซึ่งสมเหตุสมผล แต่นโยบายลักษณะนี้ ไม่น่าเพียงพอต่อภาระค่าใช้จ่ายที่ทุกคนต้องมี จึงอยากฝากไปถึง ครม.เศรษฐกิจ ขอให้ขยายวงเงินการช่วยเหลือ โดยวงเงินสมทบที่เหมาะสมคือ 5,000 บาท บวกกับเงินชดเชยรายได้สูงสุด 7,500 บาท จะเป็นเงิน 12,500 บาท น่าจะพอประทังชีวิตได้

"โอกาสที่เราจะเปิดประเทศได้ใน 120 วัน อย่างเก่งคือ 50:50 โอกาสจะไปอยู่ที่ในจุดนั้นน้อยมาก หากวัคซีนมาช้า ภายในสิ้นปีก็อาจไม่ทัน และอาจทอดยาวถึงต้นปี หรืออาจจะถึงกลางปีหน้า เราต้องอดทนไปนานถึง 6 เดือน ถ้าโชคร้ายก็เป็นปี ในสถานการณ์ที่เป็นจริงเช่นนี้ รัฐบาลมีมาตรการอะไร เพื่อให้ประชาชนคลายความกังวลบ้าง"

เบื้องต้นขอเสนอ 5 ข้อ เช่น เร่งเจรจากับ Platform online ที่ร้านอาหารใช้เป็นช่องทางขาย ไม่ให้คิดค่าธรรมเนียมการใช้บริการหรือ GP เกินร้อยละ 15 ในช่วงที่มีการแพร่ระบาด , ช่วยเหลือค่าจ้างเงินเดือนของพนักงานร้านอาหารร้อยละ 50 "ช่วงที่ประกาศห้ามลูกค้านั่งในร้าน , งดการจัดเก็บภาษีรอบระยะเวลาบัญชี 1 ปีที่ผ่านมา , ผ่อนผันการผ่อนชำระเงินกู้และดอกเบี้ยของผู้ประกอบการร้านอาหาร อีกอย่างน้อย 6 เดือน , และกรณีที่ร้านอาหารมีค่าเช่าพื้นที่ เจ้าของพื้นที่ควรลดค่าเช่าให้ด้วย อย่างน้อยร้อยละ 50 และเจ้าของพื้นที่สามารถนำส่วนลดค่าเช่า ขอลดหย่อนภาษีจากทางรัฐบาลได้ ในรอบบัญชีถัดไป