ทางด้านสินค้าที่กรมฯ จะเร่งผลักดันการส่งออกสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาดโลกในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ใน 3 กลุ่มหลัก คือ สินค้าเกษตรและอาหาร สินค้าทำงานที่บ้าน และสินค้าป้องกันการติดเชื้อ และผลักดันสินค้าที่ตอบโจทย์เมกะเทรนด์ของโลก เช่น สินค้าไลฟ์สไตล์ที่พัฒนามาจากของเหลือใช้จากผลผลิตทางการเกษตรและขยะคุณภาพดีจากแหล่งอุตสาหกรรม สินค้าอาหาร เกษตรแปรรูป และสินค้าไม่ใช่อาหาร ที่ได้พัฒนาบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์ BCG Model สินค้าอาหารอนาคต ได้แก่ อาหารฟังก์ชัน อาหารนวัตกรรมใหม่ อาหารทางการแพทย์ และอาหารอินทรีย์ รวมถึงอาหารฮาลาล สมุนไพร เครื่องสำอาง และสินค้าที่เป็นที่ต้องการรองรับตลาดโลกฟื้นตัว เช่น ชิ้นส่วนอุปกรณ์และส่วนประกอบยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อัญมณีและเครื่องประดับ วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรกลการเกษตร สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ยาง และธุรกิจบริการมูลค่าสูง ได้แก่ ดิจิทัลคอนเทนต์ (ภาพยนตร์ เกมส์ แอนิเมชัน คาแรคเตอร์) ธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ (wellness) เป็นต้น
นายสมเด็จกล่าวว่า ผลการทำงานในช่วงครึ่งปีแรก 2564 กรมฯ ได้ทำการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างทูตพาณิชย์ ในฐานะเซลส์แมนประเทศ กับพาณิชย์จังหวัด ในฐานะเซลส์แมนจังหวัด มีผลการเจรจาการค้าและตกลงซื้อขายแล้ว 21 คู่ มูลค่ารวมกว่า 125 ล้านบาท ในสินค้าผลไม้ อาหาร และโคมไฟ และผลการเจรจาธุรกิจออนไลน์ OBM ได้จัดไปรวม 37 ครั้ง ในสินค้าอาหาร ผลไม้ สินค้าฮาลาล สินค้าเครื่องมือแพทย์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น สร้างยอดขายรวม 5,937.85 ล้านบาท ส่วนผลการจัดโครงการ DITP ยี่ปั๊วออนไลน์ คอนเนค เกิดการเจรจาธุรกิจ 422 คู่ คาดว่าจะมีผู้ประกอบการไทยสามารถจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำ ทั้งบน Alibaba.com , Amazon , Tmall Global , Bigbasket , DidiGlobal เป็นต้น คาดการณ์มูลค่าการสั่งซื้อไม่ต่ำกว่า 290.28 ล้านบาท โดยสินค้าที่ได้รับความสนใจสูง ได้แก่ ผลไม้สดและแปรรูป อาหารสำเร็จรูป ของตกแต่งบ้านที่ทำจากไม้ สินค้าเพื่อสุขภาพ สินค้าประดับยนต์ เป็นต้น