เพื่อไทย ชี้ ส.ว. จ่อยื่นศาลฯ หวังล้มแก้รธน. อัด "นายกฯ" ออกประกาศปิดแคมป์คนงาน-ล็อกดาวน์ร้านอาหาร นโยบายสับสน จี้เยียวยา เหน็บประเทศกำลังเผชิญโควิดแต่กองทัพยังจะซื้ออาวุธมากมาย แย้มเตรียมหารือเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจอังคารนี้

วันนี้ (27มิ.ย.64) ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทยร่วมแถลง โดยนายยุทธพงศ์ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ในการประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อวันที่ 23-24 มิถุนายน ที่ผ่านมาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีการเสนอเข้ารัฐสภาทั้งหมด 13 ร่าง และผ่าน 1 ร่างของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เสนอแก้ไข 2 มาตราคือมาตรา 83 และ 91 โดยมีสาระสำคัญคือให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ มีส.ส.เขต 400 คน และส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน

แต่วันนี้ปัญหาคือมีวุฒิสภา (ส.ว.) กลุ่มหนึ่ง เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะล้มไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอ้างมาตรา 86 ที่สำคัญคือ (4) เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัด ตาม (2)และ(3) ถ้าจำนวนสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบ 350 คน จังหวัดใดมีเศษที่เหลือจากการคำนวณตาม (3) มากที่สุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มอีก 1 คน และให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษจากการคำนวณรองลงมาตามลำดับจนครบจำนวน 350 คน ซึ่งจะมีความย้อนแย้งกันว่า มาตรา 86(4) กำหนดไว้ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจำนวน 350 คน

ทั้งนี้ตนเชื่อว่าจะสามารถแก้ได้ในชั้นกรรมาธิการ เหมือนเวลาที่เราออกกฎหมาย ซึ่งวันนี้จะมีคำถามว่า แก้มาตรา 83 และ 91แล้วจะแย้งกับมาตรา 86 หรือไม่ ตนเชื่อว่าจะเหมือนกฎหมายอื่น ที่สามารถเขียนเพิ่มให้ยกเว้นข้อความในมาตรา 86 (4) ซึ่งอาจจะเขียนห้อยในมาตรา 91 ได้ ส่วนเรื่องอื่นจะไปอยู่ในพระราชพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเป็นเจตนาร่วมกันของสมาชิกรัฐสภา เราต้องทำเรื่องนี้ให้ผ่านให้ได้


นายยุทธพงศ์ กล่าวถึงกรณี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศล็อกดาวน์ เมื่อคืนนี้ ว่า สาระสำคัญของประกาศ คือ การปิดแคมป์คนงาน 30 วันการล็อกดาวน์ร้านอาหาร โดยให้เปิดได้ถึง 21.00 น. แต่ต้องซื้อกลับบ้านอย่างเดียว ห้ามนั่งทานในร้าน โรงแรมห้ามให้มีการจัดประชุมสัมมนาต่างๆ ห้างสรรพสินค้ายังเปิดได้ถึง 21.00 น. ผลที่ตามมาจากการปิดแคมป์คนงาน จะมีแรงงานเดินทางกลับต่างจังหวัด คนงานจำนวนไม่น้อยก็มาจากภาคอีสาน ก็เดินทางกลับบ้าน เมื่อนายกรัฐมนตรีประกาศปิดแคมป์คนงานในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีแรงงานเดินทางกลับ เช่น จังหวัดมหาสารคาม พบว่าผู้ติดเชื้อรายที่ 441 อายุ 68 ปี อำเภอนาเชือก เดินทางจากกรุงเทพมหานครเข้าพื้นที่มหาสารคาม เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงผู้ป่วยยืนยัน กทม. ดำเนินการสอบสวนโรค ซึ่งมีผลจากการปิดแคมป์ ทำให้แรงงานเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม เพราะแรงงานที่มาทำงานรับจ้างรายวันไม่ได้รับค่าแรง และเมื่อกลับก็นำเชื้อกลับไปด้วย ไปแพร่ในต่างจังหวัด ตนขอเรียกร้องนายกรัฐมนตรี รีบออกมาตรการโดยเร่งด่วนในการเยียวยาผู้ใช้แรงงาน เมื่อห้ามเดินทางจะต้องมีการชดเชยค่าจ้างอย่างทันทีจะรอไม่ได้ เพราะคนเหล่านี้เป็นคนหาข้าวกินค่ำ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำโดยไม่มีการมาตรการรองรับ

นอกจากนี้ เพิ่งมีการคลายล็อกร้านอาหารในเขตพื้นที่สีแดงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเปิดได้ถึง 23.00 น. แต่ยังไม่ถึงอาทิตย์ ก็ประกาศล็อกดาวน์ร้านอาหาร แสดงให้เห็นว่านโยบายสับสน ซึ่งจะช่วยเหลือเยียวยาเขาอย่างไร เพราะเมื่อให้เปิดร้านต้องมีสต๊อกวัตถุดิบ ต้องจ้างพนักงาน ส่วนกรณีห้ามไม่ให้มีการประชุมเกิน 20 คน จะกระทบการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ เพราะมีการนัดประชุมสภาฯ วันพุธ-พฤหัสบดี และกรรมาธิการงบประมาณฯ ก็มีการนัดประชุมจันทร์ -ศุกร์ จะประชุมได้หรือไม่ เพราะเพิ่งมีมาตรการประกาศออกมา แสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีการเตรียมความพร้อม คิดจะประกาศก็ประกาศในขณะเดียวกันการระบาดของ โควิด-19 รุนแรงมาก ส.ว.ได้สั่งงดประชุมไปเรียบร้อย และไม่มีกำหนดว่าจะงดกี่วัน

นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อ ส่วนการเร่งรีบ เปิดประมูลใบอนุญาตดาวเทียม บริษัทไทยคมได้มีหนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส การที่เอาใบอนุญาตการใช้วงโคจรดาวเทียมไทยคม 4,6 ออกมาประมูลในวันที่ 24 กรกฎาคม ถ้าบริษัทประมูลใหม่ที่ไม่ใช่บริษัทไทยคมได้จะมีปัญหาฟ้องร้องหรือไม่ กสทช. ชุดปัจจุบันที่หมดวาระ ทำไมจะต้องเร่งรีบเอาใบอนุญาตดาวเทียมมาเปิดประมูลในช่วงเวลาดังกล่าว จึงได้ทำหนังสือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอสขอให้ออกมาชี้แจงว่า กระทรวงกำกับกิจการโทรคมนาคมอย่างไร เพราะปัญหาจะเกิดขึ้นตามมา ทำไมถึงต้องรีบร้อนเอามาประมูลทั้งที่ระยะเวลายังเหลืออยู่

นอกจากนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้มีการประชุมได้คณะอนุกรรมาธิการคณะครุภัณฑ์และไอซีที งบประมาณที่สำคัญในพระราชบัญญัติงบประมาณ 2565 คือ ซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน 2 ลำ ซึ่งเมื่อปีที่แล้วในชั้นกรรมาธิการ กองทัพเรือได้ปรับลดงบในการซื้อเรือดำน้ำเป็น 0 บาทแต่ในงบปี 2565 ได้ขอเข้ามาใหม่ โดยกำหนด พิจารณางบประมาณกองทัพเรือ กองทัพบก กองทัพอากาศ จะเข้าที่ประชุมวันที่ 22 กรกฎาคม ยืนยันว่ายังมีงบซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ ที่อนุกรรมาธิการฯต้องพิจารณา ในส่วนของกองทับบก ยังมีรายการจัดซื้อยานเกาะ เฮลิคอปเตอร์โจมตี ส่วนกองทัพอากาศ ยังมีเครื่องบินโจมตีขนาดเบาและมีโครงการปฏิบัติการในห้วงอวกาศ จึงขอให้ทุกคนติดตามในสถานการณ์ที่ประชาชนกำลังอดอยาก คนตกงาน แต่เหล่าทัพต่างๆ ก็ยังจะซื้ออาวุธจำนวนมากมาย

ขณะที่นายจิรพงษ์ กล่าวว่า มีความเป็นห่วงในการแพร่ระบาดของ โควิด-19 มีประชาชนติดเชื้อไปแล้ว 200,000 กว่าคน เสียชีวิตเกือบ 2,000 คน ทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิดก็ออกมาส่งสัญญาณว่า ระบบสาธารณสุขค่อนข้างน่ากังวลใจ เช่น ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ก็ประกาศว่าปิดรับคัดกรองโควิดตั้งแต่วันที่ 24 ถึง 27 มิถุนายน หมายความว่าเตียงเราไม่สามารถรองรับผู้ป่วยไอซียูเข้ามาได้อีกต่อไป จากแนวทางหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นอิสราเอล อเมริกา หรือประเทศอังกฤษ ก็เคยอยู่ในสภาวะเช่นนี้ แต่สิ่งที่เขาทำคือพยายามลดอัตราการตายของประชาชนโดยเร่งฉีดวัคซีน ให้ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงแต่พบว่าประเทศไทยในการกระจายวัคซีนนั้นตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า ผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อมสำหรับผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงรวมถึงการลงทะเบียนกับอสม.ยังไม่ได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้จากการหาข้อมูลการกระจายวัคซีนถึงวันที่ 18 มิถุนายน ผู้ที่ได้รับวัคซีนโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค เป้าหมายประมาณ 5.3 ล้านคนนับถึงวันที่ 18 ได้ รับวัคซีนเพียง 500,000 กว่าคน สัดส่วน 9.4 % และเข็มที่สองประมาณ 1.9 % ส่วนผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเป้าหมาย 12.5 ล้านคน ได้รับวัคซีนแล้วประมาณ 9.5 แสนคน เทียบอัตราส่วน 7.6 % ส่วนเข็มที่สองร้อยละ 0.4 % จะได้รับร้องเรียนว่า คนหนุ่มที่ทำงานอยู่บริษัทใหญ่ อายุ 22 ปี กลับได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ในวันที่ 18 มิถุนายน ซึ่งตนขอตั้งคำถามว่าคนนี้อายุ 22 ปี ร่างกายแข็งแรงทำงานอยู่บริษัทใหญ่ สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมกับผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรังหรือไม่ จึงถามว่ารัฐบาลทำอย่างนี้เอื้อบริษัทใหญ่

ทั้งนี้วันวันที่ (29 มิ.ย.) ที่จะมีการประชุมพรรคเพื่อไทย จะเสนอให้มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 เราจะเรียกร้อง และจะมาพิสูจน์กันว่าการบริหารงานวัคซีนของรัฐบาลประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวอย่างไร