ผลโหวตจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ EP2 ซึ่งร่างของพรรคพลังประชารัฐถูกคว่ำ ถามว่าพรรคแกนนำรัฐบาลเดือดร้อนหรือไม่ คำตอบคือ ชิลล์ๆ .

งานนี้หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า เกมประลองกำลังกันระหว่าง พลังประชารัฐ กับ ส.ว. เป็นละครที่มีใครกำกับการแสดงมาให้คนไทยได้ติดตามชมกันหรือไม่ / เพราะดูๆ ไปแล้ว ทั้งสองฝ่าย สองฝั่ง ที่เป็น "กลไกต่อท่ออำนาจของ คสช." ไม่ได้เสียประโยชน์อะไรเลย 
-ส.ว.ได้ภาพของการปกป้องรัฐธรรมนูญปราบโกง 
-นายกฯได้ภาพของการไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญเปิดช่องโกง
-พรรคพลังประชารัฐได้แก้รัฐธรรมนูญประเด็นบัตร 2 ใบ ซึ่งตัวเองก็เสนออยู่แล้ว แถมเสนอชัดเจนกว่าร่างของประชาธิปัตย์ด้วย 
-พรรคประชาธิปัตย์ได้หน้า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้ามา ได้คะแนนเกินครึ่งแทบทุกร่าง / สามารถนำไปตอบกับประชาชนที่เลือกตัวเองเข้ามาได้ว่า มีความจริงจัง จริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการร่วมรัฐบาล
-ขณะที่รัฐบาลทั้งคณะได้ซื้อเวลา ต่อท่อหายใจกันต่อไป เพราะแรงกดดันทางการเมืองลดลง เนื่องจากมีการแก้รัฐธรรมนูญ และผ่านบางร่างจริง 
งานนี้จึงดูคล้ายทฤษฎีสมคบคิด และแทบไม่ต่างอะไรกับ "ความเคลื่อนไหวนอกสภา" ที่ดูป้อแป้ๆ เหมือนไม่ใช่มาไล่รัฐบาล แต่มาต่ออายุรัฐบาลมากกว่า 
ฝ่ายความมั่นคงเคยมีบทวิเคราะห์ก่อนวันที่ 24 มิถุนาฯ ซึ่ง "ทีมข่าวข้นคนข่าว" นำมาเล่าให้ฟัง สรุปว่า ม็อบจะจุดไม่ติด / แกนนำ 2 รุ่น หรือแม้แต่รุ่นใหญ่ด้วยกัน ไปกันไม่ได้ และไม่ได้รับการยอมรับ / ม็อบเด็กเริ่มฝ่อ เนื่องจากนักเรียนนักศึกษาทยอยเปิดเทอม รวมถึงหายเห่อกับการชุมนุมไล่รัฐบาล และรวมไปถึงเหตุผลเรื่องกลัวโรคระบาด

เมื่อวานม็อบผ่านไปแล้ว มีข้อสังเกตจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายความมั่นคงดังนี้ 
1.ม๊อบไม่สามารถผสมกลมกลืนกันได้ ระหว่างแกนนำและมวลชนรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ สะท้อนให้เห็นแนวคิดที่ต่างกัน นายจตุพรกับพวก มุ่งล้ม พลเอกประยุทธ์ ส่วนม็อบเด็ก มุ่งไปที่สถาบันเบื้องสูง 
2.มีความระแวงจากแกนนำม็อบคนรุ่นใหม่ว่า ม็อบคนรุ่นเก่ามีเป้าหมายแอบแฝงที่จะบ่อนทำลายหรือช่วงชิงอำนาจการนำจากม็อบคนรุ่นใหม่ และมีความพยายามช่วงชิงมวลชนระหว่างกัน บางกลุ่มมองว่าม็อบคนรุ่นเก่ารับงานมาลดทอนน้ำหนักของม็อบคนรุ่นใหม่ เพื่อต่ออายุรัฐบาลด้วยซ้ำ 
3.จำนวนมวลชนน้อยกว่าที่ฝ่ายความมั่นคงคาดการณ์ โดยเฉพาะมวลชนคนเสื้อแดงที่เป็นมวลชนพื้นฐานของม็อบต้านรัฐบาลทุกกลุ่ม เมื่อถูกดึงไปอยู่กับกลุ่มไทยไม่ทน ทำให้ม็อบกลุ่มอื่นมีแนวร่วมน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด 
4.การชุมนุมในต่างจังหวัดมีมวลชนร่วมน้อยมาก อาจเป็นเพราะสถานการณ์โควิด และเด็กเปิดเทอม 
5.อีกมุมหนึ่งอาจเป็นไปได้ว่า "มาสเตอร์มายด์" หรือผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุม ยังไม่เอาจริง เพราะมีการสร้างกระแสปลุกระดมในโซเชียลมีเดียค่อนข้างน้อย รวมทั้งการติดต่อชักชวนมวลชนผ่านแกนนำระดับพื้นที่ต่างๆ ด้วย 
6มีความเป็นไปได้ว่า "มาสเตอร์มายด์" มองออกว่าสถานการณ์ยังไม่สุกงอม จึงแค่จัดอีเวนท์ไม่ให้คนลืม แต่ม็อบจริงจะเกิดขึ้นหลังครบกำหนด 120 วันเปิดประเทศที่นายกฯประกาศ หากทำไม่ได้จริง ผนวกกับปัญหาเศรษฐกิจ อาจทำให้มีมวลชนออกมาร่วมมากจนสร้างแรงกดดันกับรัฐบาลได้มากกว่าที่เป็นอยู่