นายกฯ สั่งจัดกำลังเร่งด่วน ทั้งทหารและตำรวจ คุมเข้มแคมป์คนงานในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ป้องกันไม่ให้เชื้อโควิดกระจายออกต่างจังหวัด พร้อมควบคุมประชาชน 4 จังหวัดชายแดนใต้ เดินทางข้ามเขต

พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกลาโหม เรียกประชุมด่วน หน่วยงาน กอ.รมน.หน่วยขึ้นตรงกลาโหม เหล่าทัพ และตำรวจ เพื่อสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาโควิด-19 จากภาพรวมประเทศเพื่อนบ้านยังน่ากังวล โดยเฉพาะประเทศเมียนมา มีปัญหาการเมือง ทำให้มีผู้หลบหนีข้ามแดนมายังฝั่งไทยมากขึ้น

พล.อ.ชัยชาญ ย้ำนโยบายของนายกฯ ว่า ขอให้ทางกองทัพ และตำรวจ บูรณาการกำลังสนับสนุนข้อกำหนดของ ศบค.ที่จะประกาศบังคับใช้เป็นมาตรการเฉพาะใน กทม.ปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อจำกัดควบคุมโรคเฉพาะกลุ่ม ไม่ให้ขยายออกนอกพื้นที่ จนไม่สามารถควบคุมได้

"เบื้องต้นต้องบูรณาการจัดกำลังเร่งด่วน เข้าไปสนับสนุนควบคุมจำกัดพื้นที่ทุกแคมป์ และไซต์คนงานก่อสร้างเป้าหมาย ทั้งใน กทม.และปริมณฑล ที่พบการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนจำนวนมากทันที โดยให้เร่งตรวจคัดกรองเชิงรุก และนำเข้าสู่ระบบการรักษาควบคุมโรคโดยเร็ว ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนเยียวยาค่าแรงรายวัน ระหว่างการควบคุมดังกล่าว ทั้งนี้ขอให้ทุกเหล่าทัพ จัดรถครัวสนาม พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคจำเป็น สนับสนุนทุกชุมชนและคลัสเตอร์ที่เข้าไปควบคุมการปฏิบัติไปพร้อมๆ กัน"

สำหรับพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ เช่น สงขลา ยะลา นราธิวาส และปัตตานี ให้จัดกำลังสนับสนุนจังหวัด ควบคุมจำกัดการเคลื่อนย้ายของประชาชนข้ามเขต เพื่อหยุดการกระจายเชื้อสายพันธ์แอฟริกาใต้ที่กำลังแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในมาเลเซียเข้าไทย ซึ่งปัจจุบันพบการติดเชื้อกับประชาชนใน 4 จังหวัดแล้ว จึงให้จัดตั้งด่านตรวจร่วม กวดขันและจำกัดไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นกลุ่มก้อนข้ามเขต และประชาชนในพื้นที่กำหนด จนกว่าจะมีมาตรการผ่อนคลาย

นอกจากนี้ ขอให้ทุกเหล่าทัพ ประสานทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด เร่งเข้าไปสนับสนุนแก้ปัญหาเร่งด่วนในการขาดแคลนเตียงผู้ป่วยสีแดง โดยให้พิจารณาขยายขีดความสามารถสูงสุดของโรงพยาบาลทหารในสังกัด เพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยห้อง ICU รองรับสถานการณ์ และให้เตรียมการสนับสนุนหากจำเป็นต้องจัดสร้างห้องผู้ป่วยความดันลบเพิ่มเติม โดยให้พิจารณาบูรณาการบุคลากรทางการแพทย์ร่วมกันกับทุกหน่วยงาน

สุดท้ายขอให้กองกำลังป้องกันชายแดน ทหาร และตำรวจ ยังคงต้องเพิ่มความเข้มงวดกวดขันมาตรการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักร และเพิ่มความถี่เฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และการคงเข้มมาตรการควบคุมโรคควบคู่กันไป