"หมอยง" ระบุสายพันธุ์เดลต้า หรืออินเดีย แพร่เชื้อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อังกฤษ คาดอนาคตจะเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในไทย พร้อมแนะนำให้ลดการเคลื่อนย้ายของแรงงานทันที ป้องกันการกระจายตัวไวรัส

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Yong Poovorawan" ระบุว่า ทราบกันดีว่าสายพันธุ์เดลต้า หรือสายพันธุ์อินเดีย ระบาดได้ง่าย เดิมสายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) กระจายได้ง่ายกว่าสายพันธุ์ G มาก จึงระบาดไปทั่วโลก

แต่ตอนนี้สายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) ง่ายกว่าสายพันธุ์อังกฤษอีก จึงมีแนวโน้มระบาดมาแทนที่สายพันธุ์อังกฤษอย่างแน่นอน

เตือนสายพันธุ์เดลต้าระบาดง่าย เร่งปิดการเคลื่อนย้ายกลุ่มแรงงาน



ตำแหน่งการกลายพันธุ์ที่ทำให้ระบาดได้ง่าย คือ จุดตัดของโปรตีนหนามแหลม spike ให้ขาดจากกัน (S1 & S2) โดยอาศัย enzyme จากตัวเรา การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งมาเป็นกรดอะมิโน arginine (R) ที่เป็น Basic amino acid บริเวณจุดตัด ทำให้ enzyme Furin ขอมนุษย์เข้าไปตัดได้ง่ายขึ้น

หลังจากที่ไวรัสใช้หนามแหลมเกาะบนเซลล์ทางเดินหายใจ ที่จุดรับ ACE2 เมื่อเกาะติดแน่นแล้ว จำเป็นจะต้องมีการตัดเพื่อให้ตัวไวรัสเข้าเซลล์ได้ง่ายขึ้น เมื่อกรดอะมิโนเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งนี้ ทำให้ enzyme Furin เปรียบเสมือนเป็นกรรไกรตัด เพื่อปลดปล่อยให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์ จึงทำให้มีการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น เพราะตำแหน่งที่ตัด ถ้าเปลี่ยนกรดอะมิโนเป็น ด่าง (base) arginine แล้ว จะตัดได้ง่ายขึ้น ไวรัสก็จะเข้าสู่เซลล์ได้ง่ายขึ้น ทำให้ติดได้ง่ายขึ้น

เตือนสายพันธุ์เดลต้าระบาดง่าย เร่งปิดการเคลื่อนย้ายกลุ่มแรงงาน

สำหรับนักเรียนวิทยาศาสตร์ ที่ควรจะได้เรียนรู้ เมื่อติดง่าย ก็จะระบาดได้เร็วขึ้นกว่าสายพันธุ์อังกฤษ ที่เกิดขึ้นในรอบที่ 3 ขณะนี้แนวโน้มของสายพันธุ์เดลต้า ในไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด และจะทำให้เกิดการระบาดง่ายขึ้น การควบคุมก็จะยากขึ้นการที่จะลดการระบาดของโรคในขณะนี้ สามารถทำได้โดยระเบียบวินัยที่เคร่งครัด ในการป้องกันตนเองอย่างที่ปฏิบัติกันมา ไม่ว่าจะใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ กำหนดระยะห่างต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ ลดการเคลื่อนย้าย ของแรงงานอย่างเด็ดขาด ให้วัคซีนให้มากที่สุด และเร็วที่สุดในการลดความรุนแรงของโรค และการแพร่กระจายให้ได้มากที่สุด