นายอุเทน หาแก้ว รองนายแพทย์สาธารณสุข (สสจ.)อุดรธานี กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ผู้ติดเชื้อและผู้ป่วย เพิ่มขึ้นมากกว่าผู้รักษาหายอีกครั้ง ขณะการสอบสวนควบคุมโรครายที่ 538-545 พบว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงสูงสุด คือ กทม. 4 ราย,สมุทรปราการ 1 ราย,สมุทรสาคร 1 ราย และจากผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 2 ราย ผู้ติดเชื้อบางส่วนดูแลตัวเองดีไม่มีใครมาเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง บางส่วน อสม.ไปค้นหาพบแนะนำมาตรวจ จากการค้นหาเชิงรุก 6 วันที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อ 2 เปอร์เซนต์ "ซึ่งพบคลัสเตอร์ใหม่ในกลุ่มสังสรรค์ ต.หนองไฮ อ.เมือง พบครั้งแรกรายที่ 531 นศ.หญิง อายุ 17 ปี (19 มิ.ย.64) เมื่อสอบสวนพบว่าผู้นำเชื่อเข้ามา คือ รายที่ 540 นศ.ชาย อายุ 15 ปี ไปอาศัยอยู่ในแคมป์คนงานกับพ่อที่กรุงเทพฯ พ่อติดเชื้อที่กรุงเทพฯ ทำให้ต้องถูกกักตัว 10 วัน และมาตรวจหาเชื้อ 2 ครั้งไม่พบ จึงได้เดินทางกลับมาเรียนหนังสือ เพราะเนื่องจากตรวจสองครั้งแล้วไม่พบเชื้อก็คิดว่าปลอดภัย เลยมาเรียนและเอาเชื้อมาติดเพื่อนรายที่ 537 อายุ 16 ปี,รายที่ 539 อายุ 16 ปี,รายที่ 531 และรายที่ 542 อายุ 64 ปี รวมผู้ติดเชื้อ 5 ราย และยังมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 84 ราย จากการร่วมกินหมูกระทะ-เตะฟุตบอล-สูบบุหรี่ไฟฟ้าร่วมกัน ทั้งหมดตรวจเชื้อและกักตัวแล้ว พร้อมตรวจเชิงรุก 180 ราย"
นายอุเทน หาแก้ว รองนายแพทย์สาธารณสุข (สสจ.)อุดรธานี บอกว่า คลัสเตอร์สังสรรค์หนองไฮเข้าข่ายที่ต้องตรวจหาสายพันธ์ จึงได้แจ้งให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ให้มารับเชื้อส่งไปตรวจในส่วนกลาง โดยที่ผ่านมาอุดรธานีตรวจพบผู้ติดเชื้อเดลตา หรืออินเดีย 21 ราย เป็นคลัสเตอร์สู่ขวัญ และรายย่อยอีก 4 ราย ทั้งหมดปิดเคสไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเกินมากกว่า 14 วันแล้ว เหลือเพียงผู้ป่วยรักษาตัวอยู่เท่านั้น
รองนายแพทย์สาธารณสุข (สสจ.)อุดรธานี ตอบคำถามด้วยว่า เมื่อมีการเปิดการเรียนการสอน เด็กโตมีความเสี่ยงสูงกว่าเด็กเล็ก ที่เมื่อได้พบกันในสถานศึกษา อาจจะมีนัดต่อนอกสถานศึกษา มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรม โดยเฉพาะการสังสรรค์เหมือนกรณี "คลัสเตอร์สังสรรค์หนองไฮ" ซึ่งได้กำชับให้สถานศึกษา กำชับการตรวจคัดกรอง และทำความเข้าใจงดกิจกรรม หากประสบปัญหาให้ปรึกษา สนง.สาธารณสุข จ.อุดรธานี เพื่อสอบสวนโรคก่อนมีคำสั่งอะไรออกไป