ท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) กรมการพัฒนาชุมชนได้ให้ความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในระดับต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของผู้นำชุมชนให้สามารถบูรณาการงานพัฒนาชุมชนในการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม และสร้างสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน
กลุ่มเป้าหมาย ผู้นำชุมชนจาก ๑,๐๐๐ ตำบล ตำบลละ ๑๕ คน รวมทั้งสิ้น ๑๕,๐๐๐ คน ขับเคลื่อนภายใต้คติพจน์ (Motto) ว่า "1 หมู่บ้าน สามารถดูแลได้ทั้งตำบล สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง"
สถาบันการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินโครงการเสริมสร้างและพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผ่าน ๗ กิจกรรมดังนี้
๑.ประชุมสร้างความเข้าใจการขับเคลื่อนโครงการฯ กับผู้นำการเปลี่ยนแปลง 15,000 คนจากพื้นที่เป้าหมาย 1,000 ตำบล
๒. อบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างและพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง ร่วมกิจกรรม : เอามื้อสามัคคี ,เสวนา "บริหารจัดการดิน น้ำ ป่าโก่งธนูโมเดล ,การประกาศเจตนารมย์เนื่องในวันดินโลก ฯลฯ
๓. พัฒนาการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ในระดับพื้นที่เป้าหมาย ๑,๐๐๐ ตำบล
๔. ติดตาม ประเมินผล"Variety ผู้นำ เพราะคุณทำ เราจึงต้อง ตามไปดู"
๕. คัดเลือก/สรรหาผู้นำการเปลี่ยนแปลงดีเด่น จาก 1,000 ตำบล ได้รับงบสนับสนุน 100,000 บาท นำไปพัฒนาระดับตำบล
๖.จัดเวทีสรุปผลและประกวดผู้นำการเปลี่ยนแปลงดีเลิศ จำนวน 18 ตำบล ได้รับงบสนับสนุน 1,000,000 บาท นำไปพัฒนาระดับตำบล
๗. กิจกรรมจัดนิทรรศการ/ถอดบทเรียนความสำเร็จ/เชิดชูเกียรติ
ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินงานตามกิจกรรม ที่ ๖ จัดเวทีสรุปผลและประกวดผู้นำการเปลี่ยนแปลง ระดับดีเลิศ โดยมีวิธีการคัดเลือกตำบลที่มีผลงานดำเงินเป็นต้นแบบจาก ๗๖ จังหวัด ผ่านการคัดเลือกสู่ระดับดีเด่น ๑๘ ตำบลต้นแบบ ตามพื้นที่เขตตรวจรชการ และกำลังเข้มข้นสู่การประกวดระดับดีเลิศจำนวน ๑ ตำบลต้นแบบ ระดับประเทศให้มีเพียงสุดยอดหนึ่งเดียว ได้รับงบสนับสนุน 1,000,000 บาท นำไปพัฒนาระดับตำบล
ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชน ได้ต่อยอดและขยายผลความมั่นคงของอาหาร โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รอบที่ 2 ต่อเนื่องจากแผนปฏิบัติการ 90 วัน "ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร" ในปี 2563 ในการรองรับสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศประสบกับวิกฤตโควิด-19 ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม การปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน รวมถึงวิถีชีวิตการปฏิบัติงานที่นำไปสู่การเกิดภาวะปกติแบบใหม่ (New Normal) ที่ต้องหันมาพึ่งพาตนเองเพื่อลดการแพร่ระบาด ด้วยความร่วมมือและการช่วยเหลือกันของคนในชุมชน จึงจะเป็นทางรอดในระยะยาว
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้จะทำให้ 1 หมู่บ้าน สามารถดูแลได้ทั้งตำบล สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งเน้นผู้นำทางความคิด ตามแนวทางของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีสอดคล้องกับเป้าหมายที่ยั่งยืนของ UN (องค์การสหประชาชาติ) ตลอดจนยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับโภชนาการ ส่งเสริมการเกษตรกรรมที่ยั่งยืน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระองค์พระราชทานให้พี่น้องประชาชน ซึ่งกระตุ้นให้ผู้นำภาคส่วนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะพัฒนาการจังหวัดและพัฒนาการอำเภอ ซึ่งเป็นฝ่ายเลขาเป็นทัพหน้า หัวหมู่ทะลวงฟัน ใช้กุศโลบาย เพื่อเป็นการกระตุ้นเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วม ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอและหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารส่วนท้องถิ่น ได้เชื่อมั่น และขับเคลื่อนงานดังกล่าว ผ่านกิจกรรมการประกวดผลการดำเนินงาน ระดับตำบลที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น ผ่านกระบวนการของผู้ตรวจราชการกรมจากการคัดเลือกจำนวน 18 ตำบล ตำบลที่มีผลงานระดับดีเด่นเป็นระดับดีเลิศ จะได้รับงบประมาณ 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) และการมอบโล่เชิดชูเกียรติผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปต่อยอดให้กับตำบล ดำเนินการวันที่29-30 มิถุนายน และวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2564 จำนวน 4 วัน โดยมีกระบวนการ ดังนี้