การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นอีเวนท์ใหญ่ และหลายคนเชื่อว่าเป็นการแก้ไขเพื่อปรับกติกานำไปสู่การเลือกตั้ง จึงมีหลายเสียงแสดงความเห็นไปในทิศทางที่ว่า เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกับ "เนชั่นทีวี" ว่า ปัญหาพื้นฐานของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือพรรคแกนนำไม่มีนโยบายที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างจริงจังเพื่อให้เป็นประชาธิปไตย และกลุ่มคนที่สกัดกั้นไม่ให้แก้ คือ วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง
นายอภิสิทธิ์ มองว่า หลักการการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคพลังประชารัฐเสนอ ไม่เกี่ยวกับประชาธิปไตย แต่เป็นเรื่องนักการเมืองกันเอง โดยเฉพาะเรื่องบัตรเลือกตั้ง ซึ่งทั่วโลกมีใช้หลายแบบ อยู่ที่ว่าจะเลือกใช้แบบไหน แต่หัวใจที่แท้จริงคือการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม
ความเห็นของอดีตนายกรัฐมนตรี สอดคล้องกับนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ชื่อดังอย่าง อาจารย์ยุทธพร อิสรชัย ที่บอกว่า โอกาสเห็นร่างของรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ ได้รับความเห็นชอบ มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากมีเสียงของพรรคพลังประชารัฐ และวุฒิสภาสนับสนุน และเสียงของ 2 กลุ่มนี้เกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา
อาจารย์ยุทธพร มองว่า รูปแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบที่พรรคพลังประชารัฐเสนอ เหมือนกับรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งพรรคเพื่อไทย หรือพรรคไทยรักไทยในอดีตเคยประสบความสำเร็จมาแล้ว คาดว่าคีย์แมนของพรรคพลังประชารัฐอยากทำให้พรรคเป็นเหมือนเพื่อไทย หรือไทยรักไทยในอดีต คือเป็นการแก้เพื่อประโยชน์ของแต่ละพรรค เป็นการแก้ทางเทคนิค โดยประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร
ส่วนประเด็นเชิงโครงสร้างและอุดมการณ์ ทั้งเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประเด็นนายกฯคนใน หมายถึงต้องเป็น ส.ส.เท่านั้น และประเด็นอำนาจ ส.ว. เพื่อตัดการสืบทอดอำนาจของ คสช. ต้องมาลุ้นว่าจะผ่านได้บ้างหรือไม่