ตำรวจเร่งติดตามหาญาติคนตาย คำให้การ 2 ผู้ต้องหา ช่วงจับกุมเป็นแค่เรื่องหลอกลวง ตรวจประวัติ ไม่ได้เป็นญาติกัน ไม่มีที่อยู่หลักแหล่ง คำอ้างเหตุคนตายขโมยมือถือ เรื่องไม่จริง เตรียมแยกฝากขัง ศาลเยาวชน - ศาลมีนบุรี วันที่ 21 มิถุนายน นี้

จากเหตุ ด.ญ. บี เยาวชนวัย 13 ปี กับนายสอน สิระวันดี อายุประมาณ 40 ปี สัญชาติลาว ร่วมกันรุม ทำร้ายนายจีด  ที่แอบปีนเข้ามาในห้องพัก รื้อข้าวของแล้วขโมยโทรศัพท์มือถือ หนีหายไปกว่า 1 อาทิตย์ ทั้งยังถูก นายสอน ซึ่งเป็นลุง ลากนายจีดเข้ามาแอบที่ด้านหน้าอาคารพาณิตย์ แล้วลงมือซ้อมอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยทิ้งไว้แล้วหลบหนีไป กระทั่ง ตำรวจคันนายาว เข้าจับกุมผู้ก่อเหตุ ทั้ง 2 คนไว้ได้ เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา 
ล่าสุด วันเดียวกัน เมื่อเวลา 12.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายสอนไม่ได้เป็นลุงของเยาวชน วัย 13 ปี  ตามที่มีการกล่าวอ้าง ทั้งคู่เป็นคนรู้จักกันเท่านั้น ไม่ใช่ญาติ และไม่มีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว ขณะที่ นายสอน ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป พักอาศัยอยู่ในซอยการเคหะรามอินทรา แต่ไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง อาศัยนอนตามพงหญ้าและอาคารร้าง รู้จักกับนายจีด ส่วนเยาวชนวัยรายนี้  หนีออกจากบ้านมาหลายปีแล้ว ปัจจุบันไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่งเช่นเดียวกัน
ส่วนสาเหตุเยาวชนวัย 13 ปี  ให้การอ้างว่า นายจีด ผู้ตาย แอบปีนเข้ามาในห้องพัก แล้วขโมยโทรศัพท์มือถือไป จึงออกตามหาเวลาผ่านมา 1 อาทิตย์ พบตัว จึงลงมือทำร้ายโดยการกระทืบเตะจนสลบ ส่วนนายสอน เป็นคนลากตัวนายจีดไปแอบไว้บริเวณข้างอาคารพาณิชย์ ก่อนลงมือซ้อมอีกครั้ง สำหรับโทรศัพท์มือถือนั้น ด.ญ.บี อ้างว่าได้นำไปให้พี่สาว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ เป็นเพียงคนรู้จัก
รายงานระบุอีกว่า จากการสืบสวนพบว่า ขณะก่อเหตุ ด.ญ.บี ได้รื้อค้นกระเป๋าของนายจีด ก่อนที่นายสอนจะนำกระเป๋าใบดังกล่าวไป โดยหวังจะชิงเงินของผู้ตาย ส่วนนายจีด ยังไม่พบข้อมูลว่าทำงานอะไร 
ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างติดตามหาญาติ และรอผลชันสูตรจากสถาบันนิติเวช  เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาทั้งสองว่า ร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และแจ้งข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายกับนายสอน เนื่องจากไม่มีหนังสือเดินทาง โดยหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะนำตัว ด.ญ.บีิ ไปฝากขังศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ภายในวันนี้ และจะนำตัวนายสอนไปฝากขังศาลอาญามีนบุรีในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ ต่อไป