นายกเทศมนตรีเทพวงศา มอบอำนาจให้นิติกรเข้าแจ้งความเอาผิดกับเพจดังพร้อมผู้แชร์ข้อความ เป็นการใส่ร้าย ด่าคำหยาบคาย ทำให้เสื่อมเสีย กล่าวว่าว่ารับสินบนจากโรงโม่หินนั้น ไม่เป็นความจริง

18 มิถุนายน 2564 นายอลงกต แสวงสุข นายกเทศมนตรีตำบลเทพวงศา อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี มอบหมายให้ น.ส.วฤนดา นามวง์ษา ฝ่ายกฎหมายประจำสำนักงานเทศบาลตำบลเทพวงศา นำข้อความพร้อมทั้งเอกสารที่เป็นรูปภาพ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเพจดังเพจหนึ่ง ที่กระฉ่อนอยู่ในโลกโซเซียลในปัจจุบัน ทั้งผู้  อัปเดทข่าวสารและผู้ใช้ชื่อเป็นเจ้าของเพจ ในข้อหาหมิ่นประมาททำเสื่อมเสียทั้งตัวบุคคลและองค์กร ต่อ ร.ต.อ.อดิศักดิ์ แก่นวงษ์ พนักงานสอบสวน สภ.เขมราฐ

นายกเล็กแจ้งเอาผิดเพจดังหมิ่น กล่าวหารับสินบนโรงโม่หิน


ทั้งนี้  นายอลงกต  แสวงสุข นายกเทศมนตรีตำบลเทพวงศา กล่าวว่า ในวันที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลาประมาณ 18.00 น. ตนได้พบข้อความบนเฟซบุ๊กจากเพจดังได้นำภาพตนพร้อมข้อความอันเสียหาย โดยกล่าวหาว่า ตนได้อนุมัติก่อสร้างโรงโม่หินในเขตเทศบาลเทพวงศา ที่เป็น พรบ.ผังเมืองสีเขียว ใช้เครื่องจักรไม่เกินห้าสิบแรง รับทรัพย์ไปเต็มและคำด่าหยาบคายยอีกด้วย จากนั้นก็ได้มีเพจดังได้นำไปแชร์ข้อความดังกล่าวในเฟซบุ๊ก ตนเห็นว่า มีคนมากมายที่ได้อ่านข้อความดังกล่าว แล้วอาจจะทำให้เข้าใจผิด ทำให้ตนได้รับความเสียหายทั้งส่วนตัวและสถานที่ทำงานอีกด้วย

นายกเล็กแจ้งเอาผิดเพจดังหมิ่น กล่าวหารับสินบนโรงโม่หิน


เกี่ยวกับเรื่องนี้ ตนขอชี้แจงว่า ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย ยอมรับว่าโรงโม่หินแห่งนี้เกิดขึ้นในเขตรับผิดชอบจริง แต่ผู้ที่มีอำนาจในการในการที่จะอนุมัตินั้น ต้องเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบที่สูงกว่านี้ คือ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่(กระทรวงอุตสาหกรรม/อุตสาหกรรมจังหวัด) ประทานบัตร รมต.อุตสาหกรรม ผู้มีอำนาจอนุญาตอนุมัติ ไม่ใช่ระดับ อปท.เล็กๆอย่างนี้ และที่กล่าวหาว่าตนมีส่วนได้เงินตั้ง 3 ล้านบาทนั้น ยิ่งไม่รู้เรื่อง พร้อมทั้งข้อความที่เปลี่ยนจากคนกลายเป็นคำที่หยาบคาย เรื่องนี้ทำให้เสื่อมเสียมาก จึงขอดำเนินคดีกับเจ้าของเพจดังกล่าว และหากพี่น้องประชาชน ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนแก่โรงโม่หินแห่งนี้แล้ว ก็ให้ทุกท่านสามารถยื่นเรื่องได้ทันทีที่ศูนย์ดำรงธรรมสำนักงานเทศบาลตำบลเทพวงศา ได้ทุกวัน เวลาราชการ

นายกเล็กแจ้งเอาผิดเพจดังหมิ่น กล่าวหารับสินบนโรงโม่หิน