ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพ แถลงข่าวยืนยันผลสอบผู้เชี่ยวชาญ พบผู้เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนโควิด 13 ราย ไม่เกี่ยวกับวัคซีน แต่เป็นเหตุการณ์อื่นร่วม ทั้งหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และลื่มเลือดอุดตัน ส่วนที่เหลืออีก 55 ราย รู้ผลสัปดาห์หน้า

นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตหลังรับวัคซีนโควิด จำนวน 68 ราย ซึ่งคณะผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ มีข้อสรุปว่า ในจำนวนนั้น 13 ราย ไม่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน แต่เป็นแค่เหตุการณ์ร่วมเท่านั้น ได้แก่ หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน 8 ราย ลิ่มเลือดเป็นจ้ำเลือด 1 ราย ลิ่มเลือดอุดตันในปอด 1 ราย เยื้อหุ้มสมองอักเสบเป็นหนอง 1 ราย เลือดออกในช่องท้อง 1 ราย และเลือดออกในสมองจากความผิดปกติ 1 ราย

ส่วนที่กำลังรอสอบสวนโรค และรอผลชันสูตร 55 ราย ซึ่งเมื่อวานนี้ (16 มิ.ย.) มีการพิจารณาเพิ่มเติมไปแล้ว แต่จะมีการสรุปเพิ่มเติมภายในสัปดาห์หน้า

สธ.ยันตายหลังฉีดวัคซีน 13 รายไม่เกี่ยว เร่งสอบที่เหลืออีก 55 ราย



สำหรับการพิจารณา จะรวบรวมข้อมูลจากโรงพยาบาล หรือพื้นที่ว่า ผู้เสียชีวิตมีอาการไม่พึงประสงค์รุนแรง หรือมีลักษณะอาการป่วยอย่างไร ฉีดวัคซีนเมื่อไร โรคประจำตัว และการรักษาเดิมเป็นอย่างไร โดยผลพิจารณาแบ่งออกเป็น 7 ประเภท คือ 1.เกี่ยวข้องกับวัคซีน 2.เกี่ยวข้องกับคุณภาพของวัคซีน 3.เกี่ยวข้องกับการให้บริการฉีดวัคซีน 4.เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน ที่ไม่ได้มีสาเหตุทางกายภาพ เช่น อาการชา เอกซเรย์สมองไม่มีสาเหตุ หายได้เองทุกราย

5.เป็นเหตุการณ์ร่วมที่ไม่เกี่ยวกับวัคซีน แต่บังเอิญเกิดร่วมกัน เช่น ก่อนฉีดวัคซีนมีโรคเกิดอยู่แล้ว แต่อธิบายสาเหตุการตายได้ ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน 6.ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีน แม้สาเหตุการตายชัดเจน แต่ความเชื่อมโยงกับวัคซีนอาจเป็นโรคใหม่ๆ มีข้อที่ต้องพิสูจน์ต่อ จึงต้องเก็บรวบรวมข้อมูล หากเจอกรณีคล้ายกัน หรือมีข้อสรุปอื่นใดเพิ่มเติมก็นำมาพิสูน์ทราบเพิ่มเติมได้ และ 7.ข้อมูลยังไม่เพียงพอที่จะสรุป
ส่วนการเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ หลังได้รับวัคซีนมีทุกประเทศ อย่างสหรัฐ มีประชากร 328 ล้านคน ปกติเสียชีวิตปีละ 3.3 ล้านคน ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค.2563-3 พ.ค.2564 มีการฉีดวัคซีนรวม 259 ล้านโดส มีรายงานเสียชีวิตหลังฉีด 4,173 ราย คณะผู้เชี่ยวชาญสรุปว่าไม่มีสาเหตุจากวัคซีนแต่อย่างใด

"เช่นเดียวกับประเทศไทย ประชากรเกือบ 70 ล้านคน เสียชีวิตประมาณ 5 แสนกว่ารายต่อปี หรือประมาณหลักหมื่นรายต่อเดือน เวลาพิสูจน์สาเหตุ มีหลายกรณีที่เห็นสาเหตุการตายแล้ว ต้องมาเทียบอัตราการเสียชีวิตของสาเหตุนั้น เพื่อจะช่วยสรุป หรือบ่งบอกว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังมีการฉีดวัคซีนหรือไม่ เกี่ยวโยงกันหรือไม่"