เมื่อคนร้ายวิ่งไปจึงลุกขึ้นยืนและเห็นหน้าคนร้ายทราบว่าเป็นนายแดงและนายหล้าจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.แม่ริม เพราะกระเป๋าสตางค์ที่คนร้ายได้เงินไปนั้นมีเงินทั้งหมดที่ลูกๆตนไว้ให้ใช้และเก็บสะสมเรื่อยมาจำนวน 13,440 บาท ตนรู้สึกเสียใจมากเพราะคนร้ายทั้งสองคนนั้นเป็นคนงานของนางจำปี สุริยะมณี อายุ 66 ปี เจ้าของหอพัก ที่ผ่านมาตนเคยให้เงินให้ข้าวของกับคนร้ายทั้งสองไม่คิดว่าจะกล้ามาก่อเหตุกับตนทำให้ตนเสียทั้งเงินและมีบาดแผลเขียวชำทั้งลำคอและแขน จึงต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ด้านพ.ต.อ.มาโนช สุดสวาสดิ์ ผกก.สภ.แม่ริม เปิดเผยว่า หลังตำรวจรับแจ้งเหตุก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดและตรวจสอบวงจรปิดตามเส้นทางจึงทราบเบาะแสคนร้ายพบว่าคนร้ายทั้งสองเคยพักอาศัยที่หอพักใกล้เคียงที่เกิดเหตุ จึงเสนอศาลออกหมายจับและได้ติดตามตัวนายหล้า ผู้ต้องหาที่ ได้หลบหนีไปพักบ้านเพื่อนในพื้นที่บ้านเมืองนะ อำเภอเชียงดาว พร้อมเงินของกลาง 2,000 บาท จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเดิมเข้ามาเมืองไทยเพื่อทำงานรับจ้างทั่วไป ก่อสร้าง แต่ก็เคยถูกจับกุมในคดีลักทรัพย์ และคดียาเสพติด พอออกมาหวังกลับตัวเป็นคนดี หางานสุจริตทำ แต่เพราะจากปัญหาโควิด-19 รุมเร้าทำให้ตกงาน ไม่มีงานทำไม่มีเงินใช้ จึงตัดสินใจก่อเหตุร้ายนี้ขึ้นเพราะรู้ว่าผู้เสียหายเป็นคนมีเงินมีทอง พอได้เงินมาก็แบ่งกันและก็หลบหนีไปกบดานบ้านนอก เพื่อทำไร่ทำสวน ไม่คาดจะถูกจับกุมตัว
เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมและเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ พร้อมกันนี้ก็จะเร่งติดตามตัวนายแดง ผู้ต้องหาอีกคนที่ร่วมกันก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป