4 มิถุนายน 2564 ที่ หมู่บ้านตาโกน ตำบลตาโกน อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ เกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงวัว ต่างตื่นตกใจ เสียใจ เมื่อพบเห็นว่าลูกวัวที่กำลังน่ารัก คาดหวังว่าเมื่อเลี้ยงจนเติบใหญ่จะได้ขายพอมีรายได้เงินทองมาใช้จ่ายในครอบครัว แต่วันนี้กำลังพากันล้มตายลงไปต่อหน้า สุดที่จะหาทางแก้ไข ได้แต่นั่งมองทำตาปริบๆ ขณะลูกวัวกำลังสิ้นลมหายใจ โทรศัพท์แจ้งไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลตาโกน ได้ประสานปศุสัตว์อำเภอเมืองจันทร์ ออกมาตรวจสอบ ชี้แจงว่า อาจจะเกิดจากการติดเชื้อจากแม่วัว ที่ป่วยเป็นโรคลัมปีสกรีน ที่มีแมลงบินกินเลือดวัวเป็นพาหะนำเชื้อโรคมา โดยอาการของโรคจะพบปรากฏ ตามผิวหนังของแม่วัว จะเป็นตุ่มๆ ขึ้นตามผิวหนังของแม่วัวเต็มไปหมด และอาจจะติดต่อมายังลูกที่กำลังดูดนมแม่กินทุกวัน อยู่คอกเดียวกัน พบในคอกที่ไม่สะอาด โดยสาเหตุน่าจะมาจากแมลงบินกินเลือดวัว อันได้แก่ เหลือบ ไร ลิ้น ที่นำเชื้อไวรัสมาแพร่ในฝูงวัว ซึ่งขณะนี้กำลังเกิดโรคระบาดนี้ในภาคอีสาน ปศุสัตว์เองก็ยังไม่มียารักษา โดยเช้าวันนี้พบลูกวัวตายเพิ่มอีกแล้ว 2 ตัว เกษตรกรได้แต่นั่งมองลูกวัวที่น่ารักตายไปที่ละตัวสองตัว ก่อนนำไปฝั่งดินทิ้งซาก
โดยปศุสัตว์อำเภอเมืองจันทร์ ที่มาร่วมตรวจสอบกับ อบต.ตาโกน กล่าวว่า การที่จะให้ทราบแน่นอนว่าวัวเป็นโรคอะไรตายก็จะต้องมีการนำซากวัวที่ตายไปฝ่าพิสูจน์ แต่เท่าที่ทราบตอนนี้คือ วัวในแถบภาคอีสานจะป่วยเป็นโรค ลัมปี สกรีน ก่อนที่จะเสียชีวิตไป ตอนนี้ยังไม่มียาที่มารักษา แต่ก็ได้ออกแนะนำเกษตรกรไปแล้ว ว่า อย่างแรกต้องกำจัดพาหะ ที่เป็นสาเหตุของการแพร่เชื้อโรค ซึ่งก็คือ แมลงบินกินเลือด จำพวก เหลือบ ลิ้น ไร ต่างๆ กำจัดให้หมดไปจากคอก และบริเวณใกล้เคียงคอกสัตว์ ประการที่สอง คือ อย่าให้แมลงบินกินเลือดต่างๆ มากัดวัวของเรา โดยอาจจะกางมุงให้สัตว์ หรือหายามาทาป้องกันแมลงมากัดวัวทุกตัว และประการสุดท้ายก็คือ สร้างความแข็งแรงให้กับตัวสัตว์ พาออกกำลังกาย ถ่ายพยาธิตามระยะเวลา เพื่อให้วัวมีสุขภาพที่แข็งแรงก็อาจจะสามารถต้านทานต่อโรคนี้ได้ เพราะเชื้อนี้คือเชื้อไวรัสที่พึ่งปรากฏมาในรอบปีนี้เท่านั้น