เช่นเดียวกับภายในโรงพยาบาล นายชยรักษ์ นาคช่วย เภสัชกรชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลกันตัง กล่าวว่า ทางรพ.ต้องส่งรถตู้พยาบาลของโรงพยาบาลกันตังไปรับคนงานที่ติดเชื้อจากโรงงานถุงมือยางตลอดทั้งวันๆละนับร้อยราย เพื่อนำตัวมาที่โรงพยาบาลอย่างปลอดภัยที่สุด ไม่ให้สัมผัสคนภายนอก นำมาจอดหน้าตึกรพ.จากนั้นต้องลำเลียงลงจากรถทีละคนให้นั่งภายในรถเข็นที่ทำเป็นกระโจมหุ้มพลาสติกรอบคัน เข็นส่งตัวเข้าห้องเอกซเรย์ปอด เพื่อคัดแยกผู้ป่วยสำหรับส่งต่อไปรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นลำดับต่อไป ทั้งนี้ หากผู้ติดเชื้อมีอาการทางปอด จะต้องส่งเข้ารักษาตัวในรพ.กันตัง และบางส่วนส่งไปรพ.สนามภายใน รพ.ตรัง หากผู้ติดเชื้อมีสภาพปอดปกติจะถูกแยกส่งไปรักษาตัวที่รพ.สนาม ส่วนอีกภาระกิจเชิงลึกที่ต้องทำร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ ฝ่ายปกครองอำเภอกันตัง อสม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รพ.สต.คือ การค้นหาผู้สัมผัสร่วมบ้านกับผู้ติดเชื้อมาตรวจเชื้อโควิด และดูแลการกักตัวในHQ และ LQ ซึ่งจำนวนจะมาก เพราะแต่ละคนจะมีผู้สัมผัสร่วมบ้าน 3-4 คน ซึ่งต้องติดตามตัวมา SWABตรวจหาเชื้อทั้งหมด ซึ่งทางรพ.ต้องแยกพื้นที่ออกจากกัน อาคารตรวจเชื้อโควิดจะอยู่อีกส่วนหนึ่ง แยกจากการรักษาผู้ป่วยทั่วไป ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือสาธารณสุขอำเภอ รพ.สต. และ จนท.ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันค้นหา
อย่างไรก็ตาม รพ.กันตัง เป็นโรงพยาบาลขนาด 60 เตียง แต่ในความเป็นจริงขณะนี้ให้บริการ 90 เตียง โดยปกติโรงพยาบาลจะมีผู้ป่วยมาใช้บริการค่อนข้างเยอะ แต่ในช่วงการระบาดของเชื้อโควิด19 ผู้ป่วยนอกจะใช้บริการลดลงเหมือนกับทุกโรงพยาบาล แต่พอเข้าฤดูฝนจะมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น โดยเบื้องต้นทางรพ.สิเกา ซึ่งประสบปัญหาบุคลากรทางการแพทย์ตกเป็นกลุ่มเสี่ยง ได้ประสานขอความร่วมมือทางรพ.กันตัง ให้ช่วยดูแลผู้ป่วยในเขตรับผิดชอบของรพ.สิเกา ซึ่งที่ผ่านมาตอน รพ.กันตัง ประสบปัญหาก็ได้ขอความร่วมมือไปยัง รพ.สิเกา และ รพ.ย่านตาขาว โดยภาพรวมกำลังเจ้าหน้าที่ของ รพ.กันตัง ยังเพียงพอต่อการให้บริการประชาชน ซึ่งมาจากอ.กันตัง และ อ.สิเกา ซึ่งยอมรับว่าเหนื่อย แต่ต้องปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ทุกอย่างต้องทำอย่างเร่งด่วน เพื่อหยุดการระบาดให้ได้ อย่างไรก็ตามทางสาธารณสุขจังหวัดตรัง ยังได้ส่งทีมบุคลากรทางการแพทย์ และฝ่ายสนับสนุน มาช่วยในรพ.กันตัง ตั้งแต่วันแรกที่มีการระบาดของคลัสเตอร์โรงงานถุงมือยาง