"ซึ่งสำหรับรายที่ 1-3 ได้กลับบ้านไปแล้วไม่มีอาการแทรกซ้อน ไม่มีความรุนแรง ส่วนรายที่ 4 ยังนอนอยู่ รพ.กุมภวาปี ไม่มีอาการร้ายแรงไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่ปอดสำหรับผู้ป่วยเมื่อกลับไปบ้านแล้วจะกักตัวอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้แพร่เชื้อสู่บุคคลอีก เพาะฉะนั้นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจะมีการเฝ้าระวัง มีการกักตัวอย่างเข้มงวดไม่ให้แพร่ระบาดในพื้นที่ จ.อุดรธานีอีก"
ส่วนการฉีดวัคซีนรอบแอสต้าเซเนก้าในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ ซึ่งจังหวัดอุดรธานีที่ผ่านมาได้จองวัคซีนเป็นจำนวนมากรองจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 246,600 โดส ซึ่งมีการโจมตีว่าอุดรธานีได้เยอะเกินไป มากกว่าในจังหวัดส่วนกลางที่มีการแพร่ระบาด จึงได้มีการนำไปจัดสรรกันใหม่ดูตามจำนวนผู้ป่วย ตามจำนวนประชากร จึงยังไม่แจ้งตัวเลขมาว่าอุดรธานีจะได้วัคซีนจำนวนเท่าไหร่อยู่ในระหว่างการรอถึงจะมีการวางแผน สำหรับการฉีดจะไม่เน้นการจองแบบเดิม เพราะจองลงไปเยอะๆ แต่ไม่มีวัคซีนให้ จึงต้องเอาใหม่ คือได้วัคซีนเท่าไหร่จะจัดคิวมาฉีด กลุ่มแรกที่ฉีดคือ กลุ่มผู้ป่วยสูงอายุ กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ลงทะเบียนหมอพร้อมไปก่อนหน้านี้ จะนำมาฉีดก่อน อันดับที่ 2 จะเป็นกลุ่มครู ที่จะเปิดเทอมในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ จะฉีดให้ได้ตามแผน 15,000 คน แต่ไม่รู้ว่าวัคซีนจะได้มามากน้อยแค่ไหน อยู่ในระหว่างติดตาม ส่วนกลุ่มอื่นๆ ก็จะฉีดต่อไป ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนมากนัก เนื่องจากไม่มีวัคซีน ยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน