"รมช.กลาโหม" แจงยิบงบกลาโหม ย้ำทุกหน่วยลดงบ เผยมีแนวโน้มจะปรับลดกำลังพล ในปัจจุบันถึงปี 2570 จำนวน 12,000 กว่าคน ชี้จำเป็นต้องเตรียมกำลังพลรับสถานการณ์บางส่วน-จัดหายุทโธปกรณ์หนึ่งในสามเท่านั้น

จากนั้นเวลา 18.58 พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกระโหม  กล่าวชี้แจงเรื่องงบประมาณกระทรวงกลาโหม ว่า ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องงบประมาณในภาพของการดำเนินการของกองทัพของ กระทรวงกลาโหมทุกหน่วยงานตระหนักดี และเข้าใจถึงสถานการณ์วิกฤติ โควิด-19 ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอ ชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพและทุกหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ได้ใช้ศักยภาพ ทรัพยากรทั้งสิ้นที่มีอยู่ ในเรื่องของกำลังพล เครื่องมือ หน่วยแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาล  ในการบูรณาการกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย รวมถึงหน่วยงานภาคเอกชนและประชาชน ในการช่วยเหลือป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง เช่น กระทรวงกลาโหมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร จัดตั้งสถานที่กักกันโรคแห่งรัฐ ทั้งยังใช้กองกำลังป้องกันชายแดนเข้าดำเนินการจัดกำลังเสริมในช่องว่างที่เป็น. เซียนช่องทางธรรมชาติตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 63- พ.ค. 64 สามารถสกัดกั้นและจับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองได้กว่า 33,576 คน 
พลเอกชัยชาญ กล่าวว่า ทั้งนี้งบกระทรวงกลาโหมที่สมาชิกได้ให้ข้อเสนอแนะ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 ถึงปีงบประมาณ 2565 โดยปี 2563 กระทรวงกลาโหมได้รับงบประมาณ 231,745 ล้านบาท เมื่อมีสถานการณ์โควิด-19 เกิดขึ้นได้ส่งคืนงบประมาณเพื่อใช้แก้ไขเยียวยาแก้ผลกระทบจำนวน 18,022 ล้านบาท หรือ 7.78% สำหรับในงบประมาณ 64 กระทรวงกลาโหมได้รับงบประมาณ 214,530 ล้านบาท เปรียบเทียบได้รับการจัดสรรตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 ลดลง 17,215 ล้านบาท หรือ 7.43% ต่อเนื่องมาถึงในปี 65 ที่อยู่ในร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณนี้ กระทรวงกลาโหมได้รับการเสนอตั้งงบประมาณ 203,281 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปี 64 จำนวน  11,249 ล้านบาท หรือ 5.24% งบประมาณส่วนใหญ่ที่ได้รับจะถูกลดลงจากทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นแผนงานพื้นฐาน ปรับลดลง 524 ล้านบาทแผนงานยุทธศาสตร์ปรับลดลง 11,235 ล้านบาท แผนงานบูรณาการ ลดลง 1229 ล้านบาท แต่แผนงานบุคลากรภาครัฐเพิ่ม 1,740 ล้านบาท หรือเพิ่ม 1.69% เนื่องจากบุคลากรภาครัฐเป็นเรื่องของสิทธิของกำลังพลซึ่งในส่วนกระทรวงกลาโหมโดยรวมเอาสิทธิกำลังพลตรงนี้ไว้ด้วยซึ่งจะแตกต่างจากส่วนราชการอื่น แต่ถ้าพูดถึงสัดส่วนเรื่องงบประมาณในปี 65 สัดส่วนร้อยละ 74 เป็นค่าจ่ายเกี่ยวกับบุคคล ซึ่งมีแนวโน้มจะปรับลดกำลังพลลงหรือไม่นั้น กระทรวงกลาโหมได้มีแผนที่จะปรับลดจำนวนกำลังพลลงจากปัจจุบันถึงปี 2570 จำนวน 12,000 กว่าคน จะทำให้รถประมาณในด้านบุคลากรลงในอนาคตได้ในการดำเนินการต่างๆ ขอเรียนว่างบพัฒนา 17% ส่วนใหญ่จะเป็นการจัดหายุทโธปกรณ์ที่ทดแทนและเน้นการซ่อมเพื่อปรับปรุงดำรงสภาพ ส่วนอีก 9% งบก่อสร้างปรับปรุงอาคารที่พักอาศัยต่างๆ ในส่วนการปรับลดของกองทัพในแต่ละส่วนงานจะเห็นได้ว่าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมลดลง 448 ล้านบาท กองบัญชาการกองทัพไทย ลดลง 1948 ล้านบาท กองทัพบกลดลง 6603 ล้านบาท กองทัพเรือลดลง 1129 ล้านบาท กองทัพอากาศ ลดลง 688 ล้านบาท 

พลเอกชัยชาญ กล่าวว่า ทั้งนี้ทุกกองทัพมีการปรับลดลง สำหรับในประเด็นการพัฒนากองทัพในเรื่องของยุทโธปกรณ์ กองทัพมีหน้าที่ในการเตรียมกำลังให้พร้อมที่จะรองรับสถานการณ์ ซึ่งอาจจะมองว่าไม่มีสถานการณ์ หรือจะไปรบกับใคร ในส่วนกองทัพจะต้องมีการประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาประเทศไทยตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิค และมหาสมุทรอินเดีย มีทั้งเขตทางทะเลอ่าวไทย ทะเลอันดามัน มีพื้นที่ 320,000 ตารางกิโลเมตร เปรียบเทียบกับทางบกประมาณ 500,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นสองในสามของทางบก ฉะนั้นในเรื่องผลประโยชน์ทางทะเลปีละ 24 ล้านล้านบาท นอกจากการประมง ทรัพยากรในทะเล ยังมีพื้นที่บางส่วนอ้างสิทธิทับกันอยู่ในภูมิภาค สถานการณ์ในทะเลจีนใต้หรือสถานการณ์ในภูมิภาคก็ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ ประเทศไทยและกองทัพเองจะต้องเตรียมการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ มีความจำเป็นต้องเตรียมกองกำลังพร้อมส่วนหนึ่งแต่มิใช่เตรียมกำลังไว้ทั้งหมด ในการเตรียมกำลังกองทัพเพียงเพื่อส่วนเดียว จัดหายุทโธปกรณ์หนึ่งในสามเท่านั้น อย่างไรก็ตามทุกกองทัพ เข้าใจดีถึงภาวะงบประมาณประเทศ จึงพยายามให้กองทัพมีความพร้อมในการรองรับภารกิจของกองทัพส่วนหนึ่งและส่วนหนึ่งจะใช้วิธีการการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพใช้งานได้  เช่น การผลิตยางรถยนต์ทางทหาร  หรือการจัดตั้งโรงงานผลิตกระสุนปืนเล็ก 
"กระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลพี่น้องประชาชนในทุกเรื่อง โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 ใช้ทรัพยากร ใช้กำลังพล เครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่สนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ที่จะดูแลประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ ควบคู่กับการปฎิบัติภารกิจของกระทรวงกลาโหม งบประมาณทั้งหมดที่เสนอขอ ตั้งงบประมาณในขั้นกรรมาธิการเมื่อผ่านไปแล้ว ทุกกองทัพจะใช้งบประมาณต่างๆให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุด" พลเอกชัยชาญ กล่าว