ชาวบ้านอำเภอชุมพวงโคราช ร้องสื่อคดีไม่คืบ หลังพระว่าจ้างคนงานมาตัดไม้พะยูงจำนวน 2 ต้นอยู่ภายในวัดโดยไม่ทำประชาคมหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างแปลกใจทำอะไรไม่ปรึกษา จากนั้นพระดังกล่าวก็หลบหนีไป

30 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอรินพัฒน์ ปานดอกสร้อย อายุ 47 ปี เครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ผืนป่าและทรัพยากรของแผ่นดิน จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ได้ร้องเรียน คดีไม่คืบหน้า กรณีที่พระสงฆ์ที่อยู่ภายในวัดหนองปรือแก้ว  ตั้งอยู่ที่บ้านหนองปรือแก้ว หมู่ 8 ตำบลท่าลาด อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา ได้มีการว่าจ้างคนงานมาตัดไม้พะยูงที่อยู่ภายในวัดที่ยืนต้นตาย ซึ่งอยู่บริเวณหน้าเมรุ จำนวน 2 ต้น ก่อนจะมีการตัดเป็นท่อนรวมแล้วจำนวน 12 ท่อน เพื่อที่เตรียมขนย้าย ก่อนที่ชาวบ้านจะแจ้งไปทางศูนย์ราชการ โดยได้มีการจัดส่งกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบแต่เพียงของกลางภายในวัดวางกระจัดกระจาย แต่ไม่พบผู้กระทำความผิด นายไพรัตน์ วิทยาอนุมาส นายอำเภอชุมพวง จึงได้แจ้งความต่อหน้าพนักงานสอบสวน สภ.ชุมพวง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำของกลางส่งมอบหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้หนองบุญมาก เพื่อเก็บรักษาตามระเบียบกฎหมาย

ร้องสื่อคดีไม่คืบ พระจ้างคนตัดไม้พยุงในวัด2ต้น



จากการสอบถามนายบุญช่วย ปัจจัยโคนัง อายุ 69 ปี ชาวบ้าน เล่าว่า ได้มีคนงานจากข้างนอกหมู่บ้านเข้ามาตัดไม้พะยูงตามคำสั่งของพระรูปหนึ่งที่อยู่ภายในวัด  โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2563 เวลาประมาณ 16.30 น หลังจากนั้นไม้ก็ได้กระจัดกระจายอยู่บริเวณภายในพื้นที่วัด ซึ่งชาวบ้านก็ได้มีการติดใจว่าไม้พะยูงซึ่งเป็นไม้ที่หวงห้าม และยืนต้นตายจำนวน 2 ต้น ว่าจะนำไม้ดังกล่าวไปทำอะไร หรือขายให้ใคร ซึ่งชาวบ้านไม่ทราบถึงเหตุผล เพราะไม้ดังกล่าวเป็นสมบัติของวัดและคนในหมู่บ้าน ส่วนพระที่ว่าจ้างคนข้างนอกมาตัดนั้น ขณะนี้ก็ไม่ได้อยู่ที่วัดแล้วหนีหายไปตั้งแต่เช้ามืด จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีใครพบเห็นพระรูปดังกล่าว

ร้องสื่อคดีไม่คืบ พระจ้างคนตัดไม้พยุงในวัด2ต้น

 

นายอรินพัฒน์ ปานดอกสร้อย อายุ 47 เครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ผืนป่าและทรัพยากรของแผ่นดิน เปิดเผยว่า เรื่องราวดังกล่าวตนได้ทราบเรื่องจากพระรูปหนึ่งรวมไปถึงชาวบ้าน ว่ามีการลักลอบตัดไม้พะยูง ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่จะมาขนไม้ดังกล่าวไปเก็บไว้แต่ไม่ทราบว่านำไปเก็บไว้ที่ใด จึงได้มีการติดตาม และมีการประสานไปยังกรมป่าไม้และกรมอุทยาน เพราะกลัวว่าจะถูกนำไปขายอีกทอดหนึ่ง เพราะชาวบ้านก็สอบถามอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่มีใครให้คำตอบได้ โดยไม้ดังกล่าวได้มีการตัดแต่ไม่มีเอกสารขออนุญาตแต่อย่างใด เพราะไม้อยู่ในพื้นที่กรรมสิทธิ์ของทางวัด ซึ่งตนก็ได้สอบถามพระรูปหนึ่งก็ได้ยอมรับว่าเป็นคนสั่งการหาคนงานมาตัดจริง โดยจะนำไปขายให้กับคนที่มารับซื้อ ก่อนจึงจะนำเงินดังกล่าวมาบูรณะซ่อมแซมวัด แต่พอดีมีชาวบ้านเข้ามาพบเห็น จึงได้มีการประสานไปยังผู้ใหญ่บ้าน และประสานต่อไปยังส่วนปกครอง ก่อนที่จะนำไม้ดังกล่าวไปเก็บไว้ที่อำเภอประมาณ 2-3 วันแล้วได้มีการเคลื่อนย้ายไม้พะยูง ไปที่หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ เก็บรักษาไว้ ซึ่งในวันนี้ ตนและชาวบ้านจะเข้ามาสอบถามเรื่องราวดังกล่าวก็ไม่พบพระรูปดังกล่าว ซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะหลบหนีไปตั้งแต่เช้ามืดเนื่องจากเกรงกลัวความผิด พอรู้ว่าชาวบ้านจะนำหน่วยงานเข้าตรวจสอบถึงพฤติกรรม

ร้องสื่อคดีไม่คืบ พระจ้างคนตัดไม้พยุงในวัด2ต้น



พระถาวร ปัญญาวุฒโท พระลูกวัดเล่าว่า พระรูปนี้เป็นคนที่มีนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง หลังจากที่มีการหาคนมาตัดไม้พะยูงแล้ว ก็มีญาติโยมเข้ามาถามหนาหูขึ้น ว่าตัดไม้ไปทำอะไร และไม้ดังกล่าวเมื่อตัดแล้วจะทำประโยชน์อะไรให้กับวัด แล้วทำไมไม่มีการทำประชาคมหรือปรึกษากับชาวบ้าน โดยพระรูปดังกล่าวได้บอกกับชาวบ้านว่า ชาวบ้านไม่ได้เกี่ยว เพราะไม่ใช่เรื่องของชาวบ้าน ส่วนไม้พะยูงที่อยู่ในวัด พระจะเป็นคนจัดการเอง แล้วก็ไม่ได้กลัวหน่วยงานไหนทั้งสิ้น ซึ่งวันนี้พระรูปดังกล่าวก็ไม่ได้อยู่ที่วัดแล้วไม่ทราบว่าออกไปไหน เพราะออกไปตั้งแต่เช้ามืด อยากให้สำนักสงฆ์ช่วยติดตามพฤติกรรมของพระรูปดังกล่าวด้วย หากผิดก็ให้ว่ากันไปตามผิด หากไม่ผิดก็ให้มาชี้แจงกับพี่น้องประชาชน 

ร้องสื่อคดีไม่คืบ พระจ้างคนตัดไม้พยุงในวัด2ต้น


นายไพรัตน์ วิทยาอนุมาส นายอำเภอชุมพวง เปิดเผยว่า ตนได้รับแจ้งจากทางผู้ใหญ่บ้าน ว่ามีการลักลอบตัดไม้พะยูง ในบริเวณวัดหนองปรือแก้ว จึงได้สั่งการให้ปลัด เจ้าหน้าที่อส.เข้าไปตรวจสอบ ปรากฏพบไม้พะยูงที่ตายแล้ว กองอยู่จำนวน 12 ท่อน จากการสอบถามข้อมูลไม่ปรากฏพบว่า ใครเป็นคนลักลอบตัด จึงได้ทำการตรวจยึด เพื่อที่จะสืบสวนติดตามหาตัวผู้กระทำความผิด แต่ก็ยังไม่มีใครยืนยันและให้ข้อมูลที่ชัดเจน ก่อนนำมาตรวจยึดและนำมายืนยันที่สภ.ชุมพวง ก่อนที่จะทำหนังสือส่งมอบไม้ของกลาง ให้กับหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้หนองบุญมาก และมีการส่งมอบไม้เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 63 หากชาวบ้านมีเบาะแสก็ให้เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม อยากให้พี่น้องประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา โดยเฉพาะไม้หวงห้าม หรือไม้ที่อยู่ในที่สาธารณะ หรือไม้ที่เป็นของส่วนรวม