คณะทำงานร่วมระหว่าง อัยการ และ ป.ป.ช.ถกนัดแรก ข้อไม่สมบูรณ์ 16 หน้า คดี "นิพนธ์" ไม่จ่ายค่ารถอเนกประสงค์ สมัยเป็นนายก อบจ.สงขลา จำนวน 2 คัน 50 ล้านบาท นัดอีกครั้งเดือน ก.ย.

ความคืบหน้าการตั้งคณะทำงานร่วม ระหว่างผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุด (อสส.) และผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คดีกล่าวหานายนิพนธ์ บุญญามณี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา (ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย) ละเว้นไม่เบิกจ่ายเงินค่าซ่อมรถอเนกประสงค์ 2 คัน 50 ล้านบาท นั้น

ล่าสุดสำนักข่าวอิศรา รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ค.นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 9 และโฆษกสำนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริตภาค 9 เปิดเผยว่า ภายหลัง อสส.พิจารณาสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งแจ้งข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวคดี และมีการตั้งคณะทำงานร่วมฝ่ายอัยการ ประกอบด้วยตน และ นายอนุรักษ์ สวัสดิ์บุรี อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 9 รวม 2 ราย และแจ้งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทราบแล้ว โดยฝ่าย ป.ป.ช ตั้งคณะทำงานร่วม จำนวน 2 รายเช่นกัน

นายโกศลวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะทำงานร่วมฝ่ายอัยการและฝ่าย ป.ป.ช.ได้ประชุมนัดแรก เพื่อลงมติหาข้อยุติในประเด็นข้อไม่สมบูรณ์ตามคำสั่งของ อสส. เบื้องต้นหารือเรื่องแจ้งข้อไม่สมบูรณ์จำนวน 16 หน้า โดยละเอียดทุกข้อ เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปตามกฎหมายทุกประเด็น คาดว่าจะมีการประชุมร่วมครั้งต่อไปไม่เกินเดือน ก.ย.2564 โดยสาเหตุที่ใช้เวลาเนิ่นนาน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 กำลังระบาด อาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการตามข้อไม่สมบูรณ์ในบางข้อได้ อนึ่ง ก่อนหน้านี้ นายนิพนธ์ เคยแถลงข่าวชี้แจงอย่างเป็นทางการ 2 ครั้ง ยืนยันว่า การจัดซื้อรถดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ตนจะมาดำรงตำแหน่ง และเมื่อมารับตำแหน่งต้องคิดให้รอบคอบว่ารถดังกล่าวดำเนินการจัดซื้ออย่างถูกต้องหรือไม่ เพราะมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการประมูลการจัดซื้อรถดังกล่าวด้วย ดังนั้นการยังไม่เบิกจ่ายเงินค่ารถดังกล่าว จึงเป็นการรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ เนื่องจากต้องการให้การสอบสวนกรณีฮั้วประมูลเสร็จสิ้นก่อน